2024.08.02ท่องเที่ยว • วัฒนธรรม • ประเทศญี่ปุ่น

คำพูดที่เข้าใจยากของคน (เกียวโต) ญี่ปุ่น

คำพูดที่เข้าใจยากของคน (เกียวโต) ญี่ปุ่น

ลักษณะเด่นของคนญี่ปุ่น คือเป็นคนระมัดระวังและให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของผู้อื่นอย่างมาก ในการใช้ภาษา การแสดงความใส่ใจของคู่สนทนา เวลาจะพูดอะไรมักจะคิดแล้วคิดอีก การพูดแบบอ้อมค้อมไม่ชี้บ่งบอกอะไรไปตรงๆเพื่อรักษาน้ำใจ วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนเกียวโตให้มากขึ้นผ่านการพูดจาแบบอ้อมๆ ซึ่งอยากจะบอกว่าเป็นการสื่อสารและความในใจสไตล์คนญี่ปุ่นที่ฟังแล้วงงหนักมาก คำพูดของคนเกียวโต มักไม่ได้มีความหมายตรงตามที่ได้ยินเสมอไป เพราะวัฒนธรรมการสื่อสารของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเกียวโต จะเน้นความเกรงใจและการพูดอ้อมเพื่อรักษาความรู้สึกของอีกฝ่าย ทำให้หลายประโยคที่ฟังดูเหมือนคำชม หรือคำพูดธรรมดา อาจแฝงนัยสำคัญที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เหล่านี้มันคือคำพูดแบบอ้อมๆ ที่คนเกียวโต(คนญี่ปุ่น) ใช้กัน

“นาฬิกาสวยนะคะ”
หากเราได้ยินคนญี่ปุ่นพูดกับเราแบบนี้ แน่นอนเราก็จะดีใจ อาจพูดตอบกลับไปว่า ขอบคุณที่ชมค่ะ แบบนี้แน่ๆ แต่ถ้าคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะคนเกียวโต หากกำลังพูดคุยกันแล้วคนญี่ปุ่นพูดประโยคนี้ เขาไม่ได้ชมนาฬิกาเราว่าสวย แต่มันหมายความว่า “พูดนานเกินไปแล้ว ให้ดูเวลาบ้างนะ” “คุณคุยนานไปแล้ว จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าเบื่อแล้ว อยากจะบอกว่ากลับไปได้แล้ว”  ดังนั้น ในบริบทของคนเกียวโต ประโยคนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณแบบนุ่มนวลว่าอีกฝ่ายพูดนานเกินไปแล้ว และควรเริ่มดูเวลาเพื่อจบการสนทนาได้แล้ว การใช้สิ่งรอบตัวมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารแบบนี้ เป็นลักษณะเด่นของการพูดอ้อมที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า

“ถ้าทางบ้านส่งขนมหรือของกินมากมายมาให้”
สำหรับคนเกียวโต หากการที่ได้รับขนมจากทางบ้าน มันแปลได้ว่าแปลว่า “ไม่ต้องกลับบ้านหรอก”  ให้กินขนมหรือของที่ส่งไปให้แล้วไม่ต้องกลับมาบ้านนะ อีกความหมายคือ ได้กินขนมจากเกียวโต ก็จะรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแล้ว หรืออีกมุมหนึ่งคือการบอกเป็นนัยว่าให้ดูแลตัวเองได้แล้ว แม้จะฟังดูห่างเหิน แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีความห่วงใยซ่อนอยู่

จะรับโอะชาสึเกะซักถ้วยไหมคะ?
อีกประโยคที่ขึ้นชื่อมากคือ “จะรับโอะชาสึเกะซักถ้วยไหมคะ” ซึ่งหากเป็นคนต่างชาติอาจเข้าใจว่าเป็นการชวนทานอาหารต่อ แต่สำหรับคนเกียวโต นี่คือสัญญาณว่าการเยี่ยมเยียนควรจะจบลงได้แล้ว เพราะโอะชาสึเกะเป็นอาหารง่ายๆ (*คือข้าวราดน้ำชาแบบญี่ปุ่น) ที่มักกินในตอนท้าย เปรียบเสมือนการปิดบทสนทนาอย่างสุภาพ ดังนั้น ถ้าไปเที่ยวบ้านคนเกียวโตแล้วคนญี่ปุ่นถามว่า “จะรับโอะชาสึเกะซักถ้วยไหมคะ”  หากเป็นคนไทยหรือต่างชาติอาจะคิดว่าเจ้าบ้านเชิญเราทานข้าวต่อ คล้ายๆ แบบคนไทยหากแขกมาบ้านก็ต้องต้อนรับ แต่คนเกียวโตคือ แปลว่าเราอยู่นานไปแล้ว ควรจะกลับได้สักที

“ใส่ชุดสีสดใสจังนะ”
คำพูดเกี่ยวกับการแต่งตัวอย่าง “ใส่ชุดสีสดใสจังนะ” ก็ไม่ได้หมายถึงคำชมเสมอไป แต่อาจสื่อว่าแต่งตัวโดดเด่นหรือฉูดฉาดเกินไป ซึ่งขัดกับค่านิยมเรื่องความกลมกลืนในสังคมญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับการไม่โดดเด่นจนเกินไปจากคนอื่น

“จะมีใครตามมาอีกหรอ”
ในบางสถานการณ์ คำถามอย่าง “จะมีใครตามมาอีกหรอ” อาจไม่ได้ต้องการคำตอบจริงๆ แต่เป็นการบอกเป็นนัยให้ช่วยปิดประตู หากเราไปบ้านคนญี่ปุ่นหรือเข้าห้องมาแล้วเจ้าของบ้านถามเราแบบนี้ แสดงว่าเขากำลังบอกให้เราปิดประตูด้วย

“เด็กๆ เล่นกันสนุกสนานเลยนะ”
ถ้าฟังดูอาจจะเหมือนชื่นชม แต่จริงๆ แล้วอาจต้องการบอกว่าเสียงดังเกินไปเล็กน้อย โดยเลือกใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลเพื่อรักษาน้ำใจของผู้ฟัง หรือกล่าวอีกนัย ประโยคนี้ไม่ได้สื่อความหมายว่ารักหรือเอ็นดูเด็ก แต่แค่อยากจะสื่อว่า เด็กๆ เล่นเสียงดังไปหน่อยนะ

“ทำงานละเอียดจังเลยนะ”  
ในบริบทของการทำงาน ประโยค “ทำงานละเอียดจังเลยนะ” แม้จะฟังดูเป็นคำชม แต่ก็อาจแฝงความหมายว่าการทำงานนั้นช้าเกินไปหรือไม่ ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมการให้ฟีดแบ็กแบบอ้อมๆ ที่พบได้ในองค์กรญี่ปุ่น ดังนั้น หากเจ้านายพูดกับเราด้วยประโยค “ทำงานละเอียดจังเลยนะ” ให้คิดไว้ก่อนว่าเจ้านายพูดแบบนี้แสดงว่าเราทำงานช้าเกินไปรึเปล่านะ

“เพิ่งหัดเล่นเปียโนเมื่อไม่นานมานี้เหรอคะ?”
ประโยคนี้ก็ไม่ได้หมายถึงความสนใจทั่วไป แต่เป็นการเตือนอย่างสุภาพว่าเสียงเปียโนอาจรบกวนผู้อื่นอยู่ โดยหลีกเลี่ยงการพูดตรงๆ ว่าเสียงดัง หากเราเจอเพื่อข้างบ้านหรือเพื่อนข้างห้องพูดแบบนี้เขากำลังเตือนว่าเสียงเล่นเปียโนของเธอมันรบกวน อยากให้เลิกเล่นซะที

“อยากให้ทำซุปเต้าเจี้ยวให้ทุกเช้า”
สำหรับประโยคนี้ ถือเป็นคำพูดที่มีความหมายพิเศษ เพราะในวัฒนธรรมญี่ปุ่น นี่คือการขอแต่งงานแบบดั้งเดิม ที่สื่อถึงการใช้ชีวิตร่วมกันในระยะยาว แม้ในปัจจุบันจะเริ่มฟังดูโบราณไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีให้ได้ยินอยู่และยังมีคนใช้กัน

คำพูดของคน เกียวโต ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ตามตัวอักษรที่ได้ยิน แต่สะท้อนถึงวัฒนธรรมการสื่อสารที่ให้ความสำคัญกับความเกรงใจ ความสุภาพ และการรักษาความสัมพันธ์มากกว่าการพูดตรงๆ หลายประโยคที่ดูเหมือนคำชม หรือคำพูดทั่วไป แท้จริงแล้วอาจเป็นการสื่อสารเชิงอ้อม เพื่อบอกความรู้สึกหรือความต้องการบางอย่างโดยไม่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัด

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การ “ฟังคำพูด” แต่คือการ “เข้าใจบริบท” และ “อ่านบรรยากาศ” ไปพร้อมกัน เพราะการสื่อสารแบบนี้เต็มไปด้วยนัยยะที่ซ่อนอยู่ หากไม่คุ้นเคยอาจทำให้ตีความผิดได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ คำพูดอ้อมๆ แต่บาดลึกฉบับคนเกียวโต หากใครได้ไปเที่ยวเกียวโต หรือ มีคนรู้จักพูดแบบนี้ เขาอาจจะอยากบอกอะไรเราก็เป็นได้ค่ะ

ขอบคุณที่มา : Wajapan  , blockditjgbthai

 

 

 

About Us

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us