2025.11.28หางาน • สัมภาษณ์งาน

สัญญาณเตือน! ถึงเวลาหางานใหม่ รับปี 2026

สัญญาณเตือน! ถึงเวลาหางานใหม่ รับปี 2026 : ยุคแห่งความไร้สมดุลและการเติบโตส่วนบุคคล

ปี 2026 กำลังจะมาถึง พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและท้าทายในโลกการทำงาน ทั้งจากเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้า การปรับตัวของเศรษฐกิจโลกและไทยที่ยังอยู่ในภาวะโลกไร้สมดุล (Unbalanced World) และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ต่างๆ สำหรับคนทำงาน การหยุดนิ่งเท่ากับการถอยหลัง การพิจารณาและเตรียมพร้อม “หางานใหม่” อาจไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างการเติบโตและความมั่นคงในอาชีพ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสัญญาณสำคัญทั้งจากภายในตัวคุณเองและจากภายนอกองค์กร ที่กำลังบอกว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะก้าวออกไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในปี 2026

 

สัญญาณจากภายใน – เมื่อใจคุณเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง


การเปลี่ยนงานที่ดีที่สุดมักเริ่มจากการรับฟังเสียงภายใน สัญญาณเหล่านี้บ่งบอกว่างานปัจจุบันอาจไม่ตอบโจทย์ชีวิตและการเติบโตของคุณอีกต่อไป
1. ความเบื่อที่สะสมจนกลายเป็น “หมดไฟ” (Burnout)
เมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่อยากไปทำงาน ไม่มีแรงจูงใจในการทำงานชิ้นใหม่ๆ หรือทำแบบขอไปทีให้หมดวัน ความเบื่อไม่ได้แปลว่าคุณขี้เกียจ แต่แปลว่างานปัจจุบันไม่สามารถท้าทายหรือมอบความหมายให้กับคุณได้อีกแล้ว ในยุคที่ทักษะและการเรียนรู้คือหัวใจสำคัญ หากคุณรู้สึกว่าทักษะที่มีไม่ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ หรือไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการ เช่น AI, Data Literacy ความเบื่อนี้จะนำไปสู่ความเสี่ยงทางอาชีพในอนาคต

2. มองไม่เห็น “เส้นทางการเติบโต” ที่ชัดเจน
คุณทำงานหนักมาหลายปี แต่ยังอยู่ที่เดิม ตำแหน่งเดิม เงินเดือนแทบไม่ขยับ หรือหัวหน้าไม่เคยให้โอกาสคุณรับผิดชอบโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่แสดงศักยภาพ การเติบโตหยุดนิ่งทั้งในแง่ของตำแหน่ง, ค่าตอบแทน, และทักษะ  ในปีที่องค์กรต่างๆ กำลังเผชิญความผันผวน บริษัทที่ “ไม่มีโครงสร้างยืดหยุ่น” หรือ “ขาดวิสัยทัศน์” ในการลงทุนด้านบุคลากร อาจเป็นสัญญาณของความเสี่ยงทางธุรกิจในระยะยาว หากบริษัทไม่ให้คุณเติบโต ก็ถึงเวลาที่คุณต้องเติบโตด้วยตัวเอง

3. ความรู้สึก “ไม่คลิก” กับค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร
คุณรู้สึกอึดอัดกับวิธีการทำงานหรือวัฒนธรรมองค์กร ไม่สบายใจกับกลยุทธ์หรือการตัดสินใจของผู้บริหาร หรือมีปัญหาเรื่อง Work-Life Balance ที่หนักหน่วงจนส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ  คนทำงานยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” (Value) และ “Gen Well”  หรือการมองหางาน เงิน และชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน หากองค์กรของคุณยังคงติดอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ (Toxic Workplace) หรือไม่ยืดหยุ่น การหาที่ใหม่ที่สอดคล้องกับคุณค่าส่วนตัวจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนกว่า

สัญญาณจากภายนอก – การเปลี่ยนแปลงขององค์กรและตลาดงาน

1.บริษัทไม่ปรับตัวตามโลกไร้สมดุลและเทรนด์เทคโนโลยี
องค์กรของคุณไม่สนใจที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI Agentic (AI ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง) หรือ Deep Tech เข้ามาใช้ในการทำงาน หรือยังคงยึดติดกับโมเดลธุรกิจแบบ Mass Market ในขณะที่เทรนด์กำลังมุ่งสู่การตลาดเฉพาะกลุ่ม (Fragmentation / Precision Marketing)
หากบริษัทของคุณปรับตัวช้าหรือเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ความสามารถในการแข่งขันขององค์กรจะลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงในงานของคุณ การย้ายไปอยู่ในบริษัทที่ “ยืดหยุ่น ตัดสินใจได้เร็ว และพร้อมทดลองแนวทางใหม่” คือการวางเดิมพันกับอนาคตที่สดใสกว่า

2.ทักษะที่มีไม่สอดคล้องกับ “ทักษะแห่งอนาคต” ที่องค์กรต้องการ
บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะใหม่ ๆ เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล, ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน (Green Business), หรือทักษะด้าน Longevity Economy & AgeTech (เศรษฐกิจผู้สูงอายุ) ในขณะที่งานหลักของคุณยังคงเป็นงานที่ซ้ำๆ และเสี่ยงต่อการถูก Automation แทนที่ได้
แม้บริษัทจะยังไม่เลิกจ้าง แต่หากคุณไม่ได้รับการฝึกอบรมทักษะเหล่านี้จากองค์กร หรือไม่เห็นช่องทางในการย้ายไปสู่บทบาทที่เน้นทักษะแห่งอนาคตในบริษัทเดิม ปี 2026 เป็นเวลาสำคัญที่คุณต้องประเมินทักษะของตัวเองใหม่และหาตลาดงานที่สามารถพัฒนาทักษะเหล่านั้นได้จริง

3.โครงสร้างองค์กรหรือการบริหารจัดการกำลังสั่นคลอน
หากองค์กรมีการลดจำนวนพนักงาน (Layoff) บ่อยครั้ง, การขาดความเชื่อมั่นในทีมผู้บริหาร, งบประมาณที่ถูกตัดลดลงอย่างรุนแรง, หรือการเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจที่ไม่ชัดเจนและไม่มั่นคง เช่น การเข้าสู่ตลาดที่ไม่ถนัด หรือความไม่สบายใจกับวิธีการบริหารจัดการเงิน)
ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง องค์กรที่มีปัญหาด้านการจัดการความเสี่ยงทางการเงินหรือกลยุทธ์ อาจส่งผลให้คุณต้องแบกรับความเครียดที่ไม่จำเป็น หรือเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างในอนาคต หากคุณเป็นหนึ่งในพนักงานที่ “ไม่สบายใจกับวิธีการทำงานของทีมบริหาร” นี่คือสัญญาณเตือนสีแดง (Red Alert) ที่คุณไม่ควรมองข้าม

การเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนงานในปี 2026

โลกการทำงานในปี 2026 จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเพราะตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีอย่าง AI ความต้องการทักษะรูปแบบใหม่ ความผันผวนและไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลทำให้ตลาดแรงงานเปลี่ยนเร็วขึ้นกว่าที่เคย คนที่เตรียมตัวก่อน มักจะมีโอกาสมากกว่า และมีอำนาจต่อรองมากกว่า หากคุณกำลังวางแผนเปลี่ยนงานในปี 2026 ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่วันนี้

ประเมินทักษะที่มี (Skills Audit) เพื่อทำความเข้าใจว่าตัวเองมีจุดแข็งอะไร และทักษะไหนกำลังล้าสมัย การขอความคิดเห็นจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานจะช่วยให้เห็นภาพที่เป็นจริงมากขึ้น เมื่อรู้แล้วว่าขาดทักษะใด ก็ควรวางแผนพัฒนาไว้ล่วงหน้า เช่น การเรียนคอร์สออนไลน์ การอบรมระยะสั้นเพื่อเพิ่มความพร้อมก่อนลงสนามจริง
อย่าเพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนงานเพียงเพราะได้เงินเดือนเพิ่มเล็กน้อย แต่ควรมองหาองค์กรที่มอบคุณค่าที่ยั่งยืน (Value Proposition) ทั้งในแง่ของโอกาสการเรียนรู้ สภาพแวดล้อมที่ดี และความมั่นคงในระยะยาว โดยใช้ข้อมูลแนวโน้มตลาดงานล่าสุดมาประกอบการพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับทักษะของคุณ
นอกจากนี้ ยังรวมถึง การเจรจาค่าตอบแทน คนทำงานยุคใหม่ควรมีทักษะด้านนี้ เพราะตลาดแรงงานเริ่มมีการแข่งขันสูงขึ้น การรู้คุณค่าตัวเองจากข้อมูลจริง เช่น ระดับเงินเดือนเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะช่วยให้สามารถเจรจาต่อรองได้อย่างมืออาชีพ

อัปเดตทักษะที่ตลาดต้องการ  มุ่งเน้นทักษะตลาดงานปี 2026 ต้องการทั้ง Hard Skill และ Soft Skill เช่น ทักษะด้าน AI / Machine Learning, Data Analysis, Cybersecurity, Green Skills (ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน) แน่นอนว่าทักษะในอนาคตไม่ใช่แค่ Hard Skill แต่รวมถึง Soft Skill ด้วย เช่น Critical Thinking, Creativity และ Complex Problem Solving เป็นต้น ซึ่งก็มีความสอดคล้องกับรายงาน Future of Jobs ของ World Economic Forum ว่าทักษะเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการอย่างมากในปี 2026
การเข้าใจเทรนด์เทคโนโลยี ที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น AI, Edge Computing, Automation หรือระบบดิจิทัลในองค์กร หลายอุตสาหกรรมกำลังถูกปรับเปลี่ยนรูปร่าง ซึ่งหมายความว่างานบางงานอาจลดลง แต่ก็จะมีงานใหม่ๆ เกิดขึ้นแทน ผู้ที่ปรับตัวได้เร็วก็จะมีโอกาสมากกว่า

สร้างเครือข่ายมืออาชีพ (Networking) สร้างคอนเน็กชั่นกับคนในสายงานที่คุณสนใจ การพูดคุยกับคนข้ามสายงานจะช่วยเปิดโลกและโอกาสใหม่ๆ การมีเครือข่ายที่ดีคือข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญที่สุดในการหางาน ตัวอย่าง การเชื่อมต่อกับคนในสายอาชีพผ่าน LinkedIn การเข้าร่วมสัมมนา หรือการคุยกับผู้เชี่ยวชาญในวงการ จะช่วยเปิดโอกาสและทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลใหม่ ๆ ก่อนคนอื่น การสร้างแบรนด์ส่วนตัว เช่น การอัปเดตโปรไฟล์หรือแชร์ความรู้ ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณโดดเด่นในสายอาชีพที่อยากไป

เตรียมความพร้อมด้านการเงินก่อนตัดสินใจ ควรเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้สำหรับช่วงรอยต่อ เช่นกรณีว่างงาน 1–3 เดือน ค่าใช้จ่ายระหว่างรอเริ่มงานใหม่ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การเดินทางไกลขึ้น หรือค่าอบรม ดังนั้น การเตรียมการเงินล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเลือกงานด้วยเหตุผลมากกว่าเลือกเพราะความกังวล

การเปลี่ยนงานหรือหางานใหม่ในปี 2026 คือการ Prompt the Future หรือการสร้างอนาคตให้กับตัวเองด้วยการปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง หากคุณรู้สึกว่าความสัมพันธ์กับงานปัจจุบันเริ่มจืดจาง มองไม่เห็นอนาคต และองค์กรไม่สนับสนุนการเติบโตของคุณ ก็ถึงเวลาที่คุณต้องใช้ความกล้าหาญในการก้าวไปสู่จุดที่ใช่และสร้างโอกาสที่ดีกว่า สิ่งสำคัญคือ การเตรียมความพร้อม เพราะโอกาสมักเป็นของคนที่ “เตรียมตัวก่อนเสมอ”
มองหางานใหม่ นึกถึงเพอร์ซันแนลฯ มีตำแหน่งงานหลากหลาย อัพเดทตำแหน่งงานใหม่ทุกวัน สนใจคลิกดูตำแหน่งงาน

ข้อมูลอ้างอิง : JobsdbWEF , Forbesthailand

 

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ท่านที่สนใจหางาน อยากทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ https://www.personnelconsultant.co.th/jobseeker/register_jobseeker/
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us