เปิดแผนที่ลับ! พาเที่ยวชิซุโอกะในมุมที่หลายคนไม่รู้
“จังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka)” เป็นหนึ่งในที่เที่ยวญี่ปุ่นที่กำลังมาแรง ด้วยวิว ภูเขาไฟฟูจิ แบบใกล้ชิดและธรรมชาติที่สวยงามตลอดทั้งปี จังหวัดนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาค ชูบุ (Chubu) บนเกาะฮนชู ซึ่งถือเป็นที่เที่ยวใกล้โตเกียว เพราะอยู่ช่วงกึ่งกลางระหว่างโตเกียวกับนาโกย่า เดินทางเพียง 1–2 ชั่วโมงด้วยชินกันเซ็นก็ถึง ทำให้เหมาะมากสำหรับคนที่วางแผน เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง หรือจัดเป็นทริปสั้น ๆ แบบไปเช้า–เย็นกลับก็ได้
นอกจากนี้ ชิซุโอกะยังขึ้นชื่อเรื่อง อาหารทะเลสด, ชาเขียวชิซุโอกะ รวมไปถึงแลนด์มาร์กดังระดับประเทศที่หลายคนต้องการเช็คอินสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น จุดชมฟูจิสุดปัง, คาเฟ่วิวดี ไปจนถึงเมืองออนเซ็นสุดผ่อนคลายอย่างอาตามิและอิสุ หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นแบบธรรมชาติ, ที่เที่ยวญี่ปุ่นใหม่ ๆ แบบไม่ไกลจากเมืองใหญ่ ชิซุโอกะคือหนึ่งในจังหวัดที่ห้ามพลาดที่สุด!

รูปภาพจาก The Perfect Shizuoka Tour from Shizuoka Station
ป่าสนมิโฮะโนะมัตสึบาระแห่งตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่น (Miho no Matsubara)
“ป่าสนมิโฮะโนะมัตสึบาระ” คือแนวชายหาดยาวประมาณ 5–7 กิโลเมตร ถูกโอบล้อมด้วยต้นสนกว่า 30,000–54,000 ต้นตลอดแนว ตั้งอยู่ในย่านชิมิซุ เมืองริมอ่าวซุรุกะ (Suruga Bay) ในจังหวัดชิซุโอกะ จุดเด่นของที่นี่คือ “ทัศนียภาพอันงดงาม สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิผ่านป่าสนริมชายฝั่ง” ที่หลายคนอาจรู้จักจากภาพวาดอุคิโยเอะ (Ukiyo-e) และบริเวณใกล้กึ่งกลางของป่าสนแห่งนี้มียังต้นสน “Hagoromo no Matsu” จากตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นโบราณอย่าง “ตำนานชุดขนนกสวรรค์ (Hagoromo Legend)
รูปภาพจาก https://zekkeijapan.com/spot/index/83/?startSlide=2#google_vignette
รูปภาพจาก http://elisetime.to/bs/blog/record/entry-872.html
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อย่าง การไปศึกษาประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมที่ “ศูนย์ส่งเสริมและสร้างสรรค์วัฒนธรรมมิโฮะมัตสึบาระ เมืองชิซุโอกะ” ซึ่งภายในอาคารเราสามารถลองแต่งตัวเป็นนางฟ้าญี่ปุ่นได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นสถานที่ที่สามารถชมวิวทิวทัศน์สวยๆ พร้อมทั้งศึกษาวัฒนธรรมตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นเลยทีเดียว!

รูปภาพจาก รีวิว ป่าสนมิโฮะโนะมัตสึบาระ (Miho no Matsubara) x ชิซึโอกะ
วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR (Tokaido Line / Shinkansen → JR Shimizu Station) จากเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว หรือ สถานี JR Shizuoka แล้วไปต่อรถบัสของสาย “Miho Yamanote Line / Shizutetsu Bus” ค่าโดยสารประมาณ 360–370 เยน (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) จาก JR Shimizu Station ไปลงที่ป้าย “Miho-no-Matsubara Iriguchi” (ใช้เวลาประมาณ 25 นาที) จากนั้นเดินต่อประมาณ 15–20 นาทีถึงป่าสน
เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/z7XvmTYKfHrLr8Pm6
เพิ่มเติม : ควรเช็คสภาพอากาศในแต่ละวัน
ชมดอกซากุระพร้อมวิวภูเขาไฟฟูจิสุดปังที่แม่น้ำอุรุอิ (Urui River)
แม่น้ำอุรุอิ (Urui River) ในเมืองฟูจิ จังหวัดชิซุโอกะ ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวชิซุโอกะแบบลับ ๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่มีวิวที่งดงามจนต้องยกให้เป็นจุดชม ภูเขาไฟฟูจิ ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงปลายมีนาคม–ต้นเมษายนที่ดอกซากุระริมฝั่งแม่น้ำบานพร้อมกันเป็นแนวยาว สร้างภาพที่สวยราวภาพวาด จุดชมยอดนิยมคือ บริเวณสะพาน Ryuganbuchi ซึ่งมองเห็นแนวต้นซากุระแบบเต็มสายตา แม้พื้นที่จะเป็นสถานที่ธรรมชาติแบบเปิด แต่เหมาะแก่การไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อแสงถ่ายภาพที่สวยที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาจุดถ่ายรูปใหม่ ๆ หลีกเลี่ยงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสความสงบแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยจุดเด่นคือธรรมชาติเรียบง่าย ผู้คนน้อย และบรรยากาศผ่อนคลายใกล้โตเกียว ทำให้แม่น้ำอุรุอิ เป็นหนึ่งในจุดที่ควรเพิ่มเข้าไปในลิสต์เมื่อวางแผนเที่ยวชิซุโอกะ หรือทริปชมฟูจิแบบไม่ซ้ำใคร

รูปภาพจากผู้เขียนคอลัมน์
เวลาทำการ : ไม่มีเวลาเปิด-ปิดอย่างเป็นทางการ
วิธีการเดินทาง : รถไฟ Minobu Line ลงสถานี Iriyamase แล้วเดินประมาณ 10–15 นาทีก็จะถึงริมแม่น้ำ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/3deJSK7SFwJT4ELK9
เพิ่มเติม : ควรเช็คสภาพอากาศในแต่ละวัน เพื่อที่จะสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน
ม่านน้ำตกชิราอิโตะ (Shiraito Falls)
น้ำตกชิราอิโตะ (白糸ノ滝) เป็นหนึ่งใน “มรดกธรรมชาติ” ที่คุณควรใส่ไว้ในแผนเที่ยว หิมะที่ละลายไหลลงมาจากภูเขาไฟฟูจิ แปรผันเป็นสายน้ำหลายสายบางดุจเส้นด้ายปั่นเป็นม่านน้ำกว้างราว 150 เมตร และตกลงมาจากความสูงประมาณ 20 เมตร โดยละอองน้ำจากน้ำตกที่ทำมุมกระทบกับแสงแดดที่ส่องมานั้น ทำให้เราสามารถชมปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำได้ใกล้ ๆ ประกอบกับทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิด้านหลัง สวยจนถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “100 น้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น” และถูกประกาศให้เป็น “ทรัพยากรธรรมชาติแห่งชาติ (Natural Monument)” และในปี 2013 ถูกบรรจุในเขตมรดกโลกภายใต้ชื่อ “Fujisan, sacred place and source of artistic inspiration”

รูปภาพจาก Shiraito Falls (Shizuoka Prefecture)

รูปภาพจากผู้เขียนคอลัมน์
เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าบริการที่จอดรถ : สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ค่าจอดโดยประมาณ 500 เยน ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ 200 เยน (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เพิ่มเติม :
– ช่วงฤดูร้อน น้ำตกจะเย็นสดชื่น ต้นไม้รอบข้างสีเขียวสดงดงาม
– ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสี ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับบริเวณโดยรอบ
* ควรเช็คสภาพอากาศในแต่ละวัน
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟไปยังสถานี Fujinomiya Station หรือ Shin-Fuji Station แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นไปยังป้าย “Shiraito-no-Taki / Shiraito Falls” (จาก Fujinomiya ประมาณ 30 นาที / จาก Shin-Fuji ประมาณ 1 ชั่วโมง) แล้วเดินเท้าต่อจากป้ายรถบัสประมาณ 5 นาทีก็จะถึงน้ำตก
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZdhFC5tsh6gJETx26
ย้อนวัยไปกับ จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ (Chibi Maruko Chan Land)
ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของห้าง S-PULSE DREAM PLAZA เมืองชิมิซึ (Shimizu-ku), เมืองชิซุโอกะ จังหวัดชิซุโอกะ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของตัวละครและผู้เขียนการ์ตูนต้นฉบับ หากใครได้เคยชมอนิเมชั่นญี่ปุ่นสุดคลาสสิก ที่มีตัวละครหลักเป็นสาวน้อยผมบ๊อบกับหน้าม้าเต่ออย่าง จิบิ มารุโกะจัง คงจะต้องเพลิดเพลินกับ จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ เป็นอย่างแน่นอน เพราะสถานที่แห่งนี้จะพาเราเข้าไปในโลกของมารุโกะจังนั่นเอง

รูปภาพจาก ちびまる子ちゃんランド
นอกจากนี้ภายในยังมีกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เดินชมบ้านของมารุโกะ, โรงเรียน, สถานที่ต่าง ๆ ในการ์ตูน, มุมถ่ายรูป, แกลเลอรีแสดงต้นฉบับ และอุปกรณ์อนิเมะ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อของที่ระลึกสุดน่ารักลิขสิทธิ์มารุโกะ-จัง จากร้านขายของที่ระลึกเฉพาะได้อีกด้วย

รูปภาพจาก Chibi Maruko-chan Land
เวลาทำการ : 10:00 – 20:00 น. (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 19:30 น.)
ค่าเข้าสถานที่ :
– ผู้ใหญ่ (มัธยมต้นขึ้นไป) 1,200 เยน
– เด็ก (อายุ 3 ขวบ-ประถมศึกษา) 700 เยน
*เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบเข้าชมฟรี
**มีส่วนลดพิเศษสำหรับผู้สูงวัยอายุ 65 ขึ้นไป, ผู้พิการ และกลุ่มจำนวน 20 คนขึ้นไป (หรือตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://chibimarukochan-land.com/guide/#ticket)
วิธีการเดินทาง : ลงที่สถานี JR Shimizu Station หรือ สถานี Shin‑Shimizu Station จากนั้นขึ้นรถบัสของสาย Miho Yamanote Line (ของบริษัท Shizutetsu / Justline) ที่มุ่งหน้าไป “Miho Garage / Miho Aquarium / Miho Yamanote-sen” แล้วลงที่ป้าย “Verkehr / Museum / Shimizu Port Terminal” (หรือป้ายใกล้จุด S-Pulse Dream Plaza) และเดินประมาณ 1 นาทีถึงตัวอาคาร
*มีบริการรถบัสฟรีบริเวณสถานีรถไฟชิมิซุ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nt6V2Rcdh51WcJTg8
สะพานแขวนคาโดวากิ (Kadowaki Suspension Bridge)
ถ้าคุณกำลังมองหาการเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ซ้ำใคร ที่ทั้งสามารถสัมผัสกับธรรมชาติสุดตื่นตา, วิวทะเลเปิด, และเรื่องราวภูมิศาสตร์อันน่าทึ่ง คุณต้องไม่พลาด “สะพานแขวนคาโดวากิ (Kadowaki Suspension Bridge)” บนชายฝั่งโจงาซากิ จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ UNESCO Global Geopark ที่บอกเล่าเรื่องราวการปะทุของภูเขาไฟเมื่อกว่า 4,000 ปีก่อน และมุมมองทางธรณีวิทยาที่คุณหาไม่ได้จากที่ไหน การเที่ยวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เดินชมวิว แต่เหมือนการเดินทางย้อนเวลาไปสู่ยุคที่ภูเขาไฟปลดปล่อยพลังมหาศาล สร้างโขดหิน หน้าผา และชายฝั่งที่เรายืนอยู่ทุกวันนี้ นอกจากนี้ สถานที่นี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายมิวสิควิดีโอเพลง 錆びたコンパス (Sabita Compass) ของวงเกิร์ลกรุ๊ปดังอย่าง โนกิซากะ 46 อีกด้วย เป็นสาเหตุให้สะพานแขวนคาโดวากิกลายเป็น “จุดตามรอย” ของแฟน ๆ หลังจากปล่อยเพลงนั่นเอง

รูปภาพจาก 門脇吊橋

รูปภาพจากผู้เขียนคอลัมน์
เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
วิธีการเดินทาง : นั่ง Izu Kyūkō Line → ลง Jogasaki‑Kaigan Station จากนั้น เดินตาม Jogasaki Coast Trail ประมาณ 30–35 นาที ถึงสะพาน หรือใช้บริการแท็กซี่
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/MsrFmFVQM539e99B6
วัดเก่าแก่ไทเซคิจิ (Taisekiji Temple)
วัดไทเซคิจิก่อตั้งขึ้นในปี 1290 โดยพระสาวกของผู้ก่อตั้งนิกาย Nichiren และได้รับที่ดินจากขุนนางท้องถิ่น ตั้งอยู่ในเขตเมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอกะ บริเวณเชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ โดยวัดแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งใน “5 วัดใหญ่” ของสายฟูจิ (Fuji Gozan) ในอดีต บนพื้นที่กว่า 70 เฮกตาร์ มีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น “เจดีย์ 5 ชั้น (five-story pagoda)” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม, ประตูโบราณ, อาคารหลัก, ศาลเจ้า/อาคารอาราม และสวนญี่ปุ่น พร้อมด้วยต้นซากุระและต้นไม้เก่าแก่ทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ สถานที่นี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่งดงามในเมืองฟูจิโนะมิยะ เพราะไม่เพียงแต่จะสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมโบราณ และดอกซากุระที่บานสะพรั่งได้แล้ว ยังสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้ ๆ ได้อีกด้วย!

รูปภาพจาก รีวิววัดไทเซคิจิxชิซึโอกะ

รูปภาพจาก รีวิว วัดไทเซคิจิ Taisekiji Temple อัปเดต 2025
เวลาทำการ : 09:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชมสถานที่ : สามารถเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
วิธีการเดินทาง : นั่ง JR Minobu Line ลงสถานี Fujinomiya Station จากนั้นขึ้นรถบัสท้องถิ่นที่มุ่งหน้าไปลงป้าย Taisekiji (大石寺)
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/YuNvdb1GpEXNUZK48
เพิ่มเติม : ควรเช็คสภาพอากาศในแต่ละวัน
ชมแพนด้าแดงแห่งสวนสัตว์นิฮนไดระ (Nihondaira Zoo)
เป็นสวนสัตว์ตั้งอยู่ในเมืองชิซุโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในสวนสัตว์สำคัญของภูมิภาค และมีสัตว์หลายชนิดให้ชม ได้แก่ แพนด้าแดง (red panda) เพนกวิน สัตว์ทะเล สัตว์ป่า สัตว์จำพวกขั้วโลก และโซนสัตว์เลี้ยงที่เด็ก ๆ สามารถสัมผัสสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด

รูปภาพจาก Shizuoka Municipal Nihondaira Zoo
โดยเฉพาะ “Wild Animal House 299” ที่ทำให้เห็นสัตว์อย่างชัดเจน รวมถึงโซนตัวบก ตัวน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างของสวนสัตว์ก็ครบตามมาตรฐานสวนสัตว์นานาชาติ นอกจากนี้ บรรยากาศโดยรอบสวนสัตว์ยังมีวิวสวยของภูมิภาค ถ้าสภาพอากาศดีอาจได้เห็นวิวทะเลอ่าว Suruga และภูเขาโดยรอบ จึงเหมาะสำหรับการมาเที่ยวใช้เวลาร่วมกับครอบครัว คู่รัก หรือจะมากับกลุ่มเพื่อนก็เหมาะเลยค่ะ

รูปภาพจาก Nihon-daira Zoo
และหนึ่งในดาวเด่นของสวนสัตว์นี้คือ ฟูตะ (Futa) แพนด้าแดง แสนน่ารักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกวัย แพนด้าแดงตัวนี้มีลักษณะตัวเล็ก ขนสีน้ำตาลแดงเข้ม มีหางปุย ๆ และพฤติกรรมช่างเล่น เช่น ปีนป่ายต้นไม้ กินไผ่ หรือสนุกกับของเล่นในกรง ทำให้การมาเยี่ยมชมสวนสัตว์ไม่ใช่แค่ดูสัตว์ แต่ยังได้สัมผัสความน่ารักแบบใกล้ชิดอีกด้วย

รูปภาพจาก 日本平動物園 バスツアー
เวลาทำการ : 09:00 – 16:30 น. (เข้าสถานที่รอบสุดท้าย 16:00 น. )
ค่าเข้าชมสถานที่ : บุคคลทั่วไป (มัธยมปลายขึ้นไป) 620 เยน / ประถม-มัธยมต้น 150 เยน
เด็กที่ยังไม่ได้เข้าศึกษา เข้าฟรี หรือสามารถตรวจสอบได้ที่ https://www.nhdzoo.jp/english/
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟจาก JR Shizuoka Station ประมาณ 10 นาทีก็จะถึง Higashi‑Shizuoka Station จากนั้นนั่งรถบัสของ Shizutetsu Justline สาย “Shizuoka Nihondaira‑sen” ลงที่ป้าย “動物園入口 (Doubutsuen Iriguchi / Zoo Entrance)”
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/YuNvdb1GpEXNUZK48
จากประสบการณ์การไปแลกเปลี่ยนเป็นเวลา 1 ปีที่จังหวัดชิซุโอกะ ณ ประเทศญี่ปุ่น ต้องบอกเลยว่าที่นี่เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์มาก ๆ สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลากหลาย และมีการผสมผสานระหว่างเมืองและธรรมชาติอย่างลงตัว
นอกจากนี้ ผู้คนที่นี่ยังเป็นมิตรและยิ้มแย้มแจ่มใส อีกทั้งจังหวัดชิซุโอกะยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักความสงบ และอยากเที่ยวสถานที่ที่เดินทางสะดวก ใกล้เมืองใหญ่ แต่ยังได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ
สำหรับใครที่กำลังมองหาปลายทางท่องเที่ยวที่สงบ สวยงาม และไม่เร่งรีบ จังหวัดชิซุโอกะถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ
เรื่องและเรียบเรียงโดย : Nuttapreeya Jindamanee (Internship)
ไทย นิปปอน ทีม พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนสมัครงาน จนถึงบินไปทำงานญี่ปุ่นจริง ฟรี!
คลิกที่นี่ เพื่อติดตามข่าวสารอัพเดตงานญี่ปุ่นก่อนใคร !


