สรุปครบ! คำอวยพรปีใหม่ภาษาญี่ปุ่น พร้อมคำอ่าน ใช้ได้ทุกสถานการณ์

นับถอยหลังอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะบอกลาปี 2568 และเข้าสู่ ปี 2569 อย่างเต็มตัวแล้วนะคะ ในช่วงเวลาเฉลิมฉลองปีใหม่ถือเป็นโอกาสทองที่เราจะได้ส่งต่อความสุขและกระชับความสัมพันธ์ผ่านคำอวยพรดีๆให้กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน รุ่นพี่ที่ทำงาน เจ้านาย วันนี้เราเลยรวบรวม ‘คำอวยพรปีใหม่ภาษาญี่ปุ่น’ หลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเพื่อนสนิทกันเองไปจนถึงระดับทางการเพื่อให้ทุกคนได้เลือกนำไปใช้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามสถานการณ์ค่ะ
ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น การทักทายช่วงปีใหม่นั้นมีลักษณะพิเศษ ที่จะแบ่งคำทักทายออกมาเป็นสองช่วง คือ ช่วงท้ายปีก่อนวันที่ 31 ธันวาคม และ ช่วงปีใหม่ตั้งแต่ 1 มกราคม เป็นต้นไป ซึ่งสองช่วงเวลาดังกล่าวมีการทักทายที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องระมัดระวังการใช้คำให้ดี
1. ช่วงส่งท้ายปี (ใช้ได้ถึงก่อนเที่ยงคืนวันที่ 31 ธันวาคม)
ในภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า 良いお年を “Yoi otoshi wo” เพื่อเป็นการอวยพรให้กับการเตรียมตัวรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงอย่างราบรื่น
แต่ถ้าหากในระดับที่เป็นทางการ ติดต่อธุรกิจหรือผู้คุยกับเจ้านาย ต้องเพิ่มความสุภาพมากขึ้นสามารถใช้ประโยคดังต่อไปนี้
良いお年をお迎えください
คำอ่าน : Yoi otoshi wo omukae kudasai
ความหมาย : ขอให้ปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ เป็นปีที่ดีนะคะ/ครับ
ถ้าสำหรับเพื่อนร่วมงานหรือคนสนิทด้วยกันเอง สามารถย่อรูปเหลือแค่
良いお年を
คำอ่าน : Yoi otoshi wo
ความหมาย : ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่ดีนะ
2. ช่วงขึ้นปีใหม่ (ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป)
เมื่อเข้าสู่ปีใหม่อย่างเป็นทางการ เราจะเปลี่ยนมาใช้คำว่า
あけましておめでとう “Akemashite omedetou”
แต่หากต้องเขียนการ์ดอวยพร (Nengajo) หรือส่งอีเมลธุรกิจ แนะนำให้ใช้ 3 ส่วนนี้ เป็นโครงสร้างในการเขียนเพื่อเพิ่มความสุภาพและเหมาะสมตามสไตล์ภาษาญี่ปุ่น
***Nengajo คือไปรษณียบัตรอวยพรปีใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นจะส่งให้ครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อแสดงความขอบคุณที่ดูแลกันมาตลอดปี
ขอบคุณรูปภาพจาก Irasutoya
ส่วนแรก ประโยคเปิด เปรียบเสมือนเป็นคำทักทาย ที่จะเห็นเป็นสิ่งแรก
明けましておめでとうございます。
คำอ่าน : Akemashite omedetō gozaimasu
ความหมาย : สวัสดีปีใหม่ค่ะ/ครับ
ส่วนที่สอง ประโยคกล่าวขอบคุณ ใช้ต่อจากประโยคเปิดทันที เพื่อแสดงความขอบคุณต่อปีที่ผ่านมา
昨年は大変お世話になりました。
คำอ่าน : Sakunen wa taihen osewa ni narimashita
ความหมาย : ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดูแลในปีที่ผ่านมา
ในการเขียนคำว่า “ปีที่แล้ว” หลายๆคนอาจจะนึกถึงคำว่า 去年 (Kyo-nen) แต่ในการเขียนภาษาญี่ปุ่นที่เป็นทางการหรือในทางธุรกิจ นิยมใช้คำว่า 昨年 (Sakunen) แทน ควรที่จะหลีกเลี่ยงคำนี้ เนื่องจากคันจิตัวแรกของ 去年มีความหมายว่า “จากไป” ซึ่งถือว่าไม่เป็นมงคลสำหรับปีใหม่ค่ะ
ส่วนสุดท้าย ประโยคฝากเนื้อฝากตัวสำหรับอนาคต : ใช้เป็นประโยคปิดท้ายเนื้อหาหลัก
本年もどうぞよろしくお願いいたします
คำอ่าน : Honnen mo dōzo yoroshiku onegai itashimasu
ความหมาย : ปีนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวและขอความกรุณาเช่นเดิม
ขอบคุณรูปภาพจาก Irasutoya
ระดับสุภาพทั่วไป
ที่เหมาะกับใช้กับเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ หรือเจ้านาย
明けましておめでとうございます。今年もよろしくお願いします。
คำอ่าน : Akemashite omedetō gozaimasu. Kotoshi mo yoroshiku onegaishimasu.
ความหมาย : ขอฝากเนื้อฝากตัวและขอความกรุณาในปีนี้เช่นเดิม
ระดับกันเอง
สามารถนำประโยคเหล่านี้สามารถใช้ทักทายเพื่อนสนิท
明けましておめでとう!今年もよろしく!
คำอ่าน : Akemashite omedetō! Kotoshi mo yoroshiku!
ความหมาย : สวัสดีปีใหม่ ปีนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ!
แบบย่อ/แบบสแลง เป็นประโยคยอดฮิตที่มักจะพบบ่อยตามแชทวัยรุ่นใน social media
あけおめ!ことよろ!
คำอ่าน : Akeome! Kotoyoro!
ความหมาย : สุขสันต์ปีใหม่! ฝากตัวปีนี้ด้วยนะ!
ซึ่งย่อมาจาก Akemashite omedetou กับ Kotoshi mo yoroshiku
ขอบคุณรูปภาพจาก Irasutoya
สำหรับคำอวยพรเสริมอื่นๆ ที่สามารถนำไปเขียนต่อท้ายการ์ดหรืออีเมลได้
ご健康を心よりお祈り申し上げます
คำอ่าน : Go-kenkō o kokoro yori o-inori mōshiagemasu
ความหมาย : ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง
幸多き年となりますように
คำอ่าน : Sachi oki toshi to narimasu you ni
ความหมาย : ขอให้เป็นปีที่เต็มไปด้วยความสุขและโชคลาภ
ますますのご活躍をお祈り申し上げます
คำอ่าน : masumasu no ga-katsuyaku o o-inori mōshiagemasu
ความหมาย : ขอให้การงานนั้นมีความก้าวหน้า
ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นคำกล่าวทักทายและคำอวยพรที่ทุกคนสามารถเลือกนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมเลย ถ้าหากใครมีโอกาสพบเจอชาวญี่ปุ่น อยากให้ลองทักทายดูนะคะเพราะการกล่าวคำทักทาย
ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมเท่านั้น แต่คือการส่งต่อความปรารถนาดีและการขอบคุณจากหัวใจให้กัน หวังว่าคำอวยพรเหล่านี้จะเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพและสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างของคุณตลอดปี 2569 นี้นะคะ สุดท้ายนี้ขอให้เป็นปีที่มีรอยยิ้มเยอะๆและสดใสสำหรับทุกคน…
良いお年をお迎えください ( ขอให้เป็นปีใหม่ที่ดีสำหรับทุกคนค่ะ)
ขอบคุณข้อมูลจาก https://forbesjapan.com/articles/detail/75783