2026.01.16การทำงาน • การทำงานบริษัทญี่ปุ่น

Top50 Companies in Thailand 2026 ll 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2569

ถอดรหัส Top 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานปี 2026 

กลับมาอีกครั้งกับการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุดโดย WorkVenture ซึ่งเป็นการสำรวจออนไลน์เพื่อสอบถามความคิดเห็นของเหล่าคนรุ่นใหม่ทั้งกลุ่มนิสิตนักศึกษาจบใหม่ และกลุ่มคนทำงานที่มีประสบการณ์ ในช่วงอายุระหว่าง 22-35 ปี จำนวนมากกว่า 12,167 คน ด้วยคำถามปลายเปิดว่า “บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดคือ?” และ “เหตุผลอะไรจึงเลือกบริษัทนั้น ๆ?” เพื่อให้อิสระในการตอบคำถามอย่างเต็มที่ โดยไม่มีตัวเลือกชื่อบริษัทมาเป็นตัวชี้นำ เรามาดูกันว่าเทรนด์การเลือกงานของคนรุ่นใหม่ในปีนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง แล้วบริษัทที่ครองใจคนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุดคือบริษัทอะไร

▶ อันดับ 1 SCG (เอสซีจี) กลับมาครองอันดับ 1 ในรอบหลายปี ด้วยภาพลักษณ์องค์กรนวัตกรรมที่มั่นคง โดดเด่นเรื่องการดูแลพนักงานแบบครอบครัวที่ทันสมัย และการให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG อย่างจริงจัง
▶ อันดับ 2 PTT (ปตท.)  รั้งอันดับ 2 อย่างเหนียวแน่นจากการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่พลังงานแห่งอนาคตและ EV ซึ่งดึงดูดกลุ่มคนเก่งสาย Tech และวิศวกรรมที่อยากมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนให้ประเทศ
▶ อันดับ 3 Google (กูเกิล)  ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของออฟฟิศในฝัน แม้อันดับจะขยับลงมาแต่ยังเป็นมาตรฐานทองคำด้านวัฒนธรรมองค์กรที่อิสระ สวัสดิการระดับโลก และโอกาสได้ทำงานกับเทคโนโลยี AI ชั้นนำ
▶ อันดับ 4 LINE (ไลน์)  ขยับขึ้นมาอยู่ใน Top 5 ด้วยวัฒนธรรมการทำงานแบบ “Fun, Fast, and Flexible” ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่แบบ Work-Life Integration ของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม
▶ อันดับ 5 Agoda (อโกด้า) ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 5 อย่างโดดเด่น ในฐานะบริษัท Tech ระดับโลกที่มีสิ่งแวดล้อมการทำงานแบบนานาชาติ (International Environment) ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเหมือนได้ทำงานในซิลิคอนวัลเลย์ในไทย
อันดับ 6 SCBX  , อันดับ 7 BJC Big C  , อันดับ 8 บางจาก , อันดับ 9 ไทยเบฟ และ อันดับ 10 โตโยต้า ซึ่งภาพรวมแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในองค์กรไทยขนาดใหญ่ที่ปรับตัวสู่โลกเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับบริษัทสาย Tech ระดับโลกที่ยังคงรักษามาตรฐานวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ที่มา : Workventure

1. การกลับมาของ บริษัทยักษ์ใหญ่ไทย และผู้ท้าชิงรายใหม่ (New Entries 2026)

ปีนี้มีเรื่องเซอร์ไพรส์ตั้งแต่สามอันดับแรก เมื่อ SCG (เอสซีจี) สามารถเบียดเอาชนะ Google แชมป์เก่าลงไปอยู่อันดับ 3 ได้สำเร็จ โดยมี ปตท. (PTT) ครองอันดับ 2 ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับองค์กรไทยขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงสูง แต่มีการปรับตัวสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ ผลสำรวจปี 2026 เปิดเผยภาพที่น่าสนใจหลายประเด็น ไม่เพียงแค่ชื่อบริษัทยอดนิยมแต่ยังชี้ให้เห็นทิศทางความคิดและความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ต่อโลกการทำงานในวันนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดแรงงานไทยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเพราะเทคโนโลยีหรือเศรษฐกิจโลก แต่ยังเกิดจาก “มุมมองของคนรุ่นใหม่” ที่มีต่อการทำงานแตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน  บริษัทที่ติดโพลต่อเนื่องหลายปี เช่น Google, PTT, SCG, LINE, Agoda และ ThaiBev จะพบจุดร่วมที่สำคัญคือ ไม่ใช่ทุกบริษัทจะเป็น Tech Company แต่ทุกบริษัทมี “ระบบการทำงานที่ชัดเจน” ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเหล่านี้รักษาความนิยมได้
• มี Employer Branding ที่สม่ำเสมอ
• สื่อสารวัฒนธรรมองค์กรได้ชัด
• มีระบบพัฒนาคน เช่น Training, Rotation, Mentorship
• เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตจริงไม่ใช่แค่ในตำแหน่ง 
สิ่งนี้สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ว่า เงินเดือนเท่าไหร่ แต่อยากรู้ว่า ถ้าทำงานที่นี่ 3–5 ปี ฉันจะกลายเป็นคนแบบไหน

แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผลสำรวจครั้งนี้คือ “บริษัทหน้าใหม่” ที่ตบเท้าเข้ามาติดโผในปีนี้เป็นครั้งแรกมากถึง 7 บริษัท ได้แก่ Uniqlo (ยูนิโคล่) (อายิโนะโม๊ะโต๊ะ) (ลอรีอัล) LA Grace (ลากลาส) Tesla (เทสล่า) BTS Group (บีทีเอส กรุ๊ป) Thai Oil (ไทยออยล์) EGAT (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย-กฟผ.) และ Honda (ฮอนด้า)
La Glace (ลากลาส) : แบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ติดอันดับ 46 สะท้อนพลังของ SME และ Micro-influencer Branding ที่สามารถสร้างเสน่ห์ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ไม่แพ้บริษัทข้ามชาติ
BTS Group: เข้ามาติดอันดับ 48 เป็นปีแรก ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเริ่มมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น
Uniqlo Thailand: ติดอันดับ 50 เป็นครั้งแรก ตอกย้ำความแข็งแกร่งของรีเทลสายแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่ผูกพันในฐานะลูกค้าจนอยากเป็นพนักงาน

2. เทรนด์อุตสาหกรรมที่น่าจับตา: Tech, Media และ ความงาม

ความน่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งของผลสำรวจ 50 บริษัทในปีนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงลำดับอุตสาหกรรม
อันดับ 1 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี ที่มีบริษัทติดโพลมากที่สุดถึง 6 บริษัท
อันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มพลังงาน
อันดับ 3 ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
ซึ่งจากเดิมในปี 2568 อันดับ 1 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน อันดับ 3 ได้แก่ กลุ่มบันเทิงและสื่อ
นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองใน กลุ่มความงาม ที่ปีนี้มาแรงโดยมีบริษัทติดอันดับถึง 2 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างชัดเจน ถัดมาคือ กลุ่มบันเทิงและสื่อ ซึ่งคนรุ่นใหม่สนใจจากเนื้องานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงาน   หากวิเคราะห์ตามกลุ่มธุรกิจ เราจะเห็น “จุดเปลี่ยน” ของความสนใจดังนี้

▶ Tech is King: แม้ Google จะหล่นไปอันดับ 3 แต่กลุ่มเทคโนโลยียังครองพื้นที่มากที่สุดถึง 6 แห่งใน Top 10 เช่น LINE และ Agoda รวมถึงบริษัทที่ผันตัวเป็น Tech Company อย่าง SCBX (อันดับ 6) สิ่งนี้บอกเราว่า “ทักษะด้าน AI และ Data” คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการไปลับคมในองค์กรเหล่านี้
▶ The Power of Content & Media: บริษัทอย่าง โคตรคูล (Khotkool) (อันดับ 19) และ The Standard (อันดับ 35) ยังคงรักษาพื้นที่ไว้ได้ แสดงให้เห็นว่างานที่เน้น “ความคิดสร้างสรรค์” และ “อิสระในการนำเสนอ” ยังเป็นแรงดึงดูดมหาศาลสำหรับคน Gen Z ที่ต้องการพื้นที่แสดงออก
▶ Beauty & Lifestyle: การที่แบรนด์อย่าง La Glace หรือ L’Oreal ติดอันดับ บ่งบอกว่าคนรุ่นใหม่สนใจธุรกิจที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวและการสร้างความมั่นใจมากขึ้น

3. ปรากฏการณ์ Japanese Comeback : ทำไมบริษัทญี่ปุ่นถึงกลับมาฮิต?

อีกประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของปี 2026 คือการกลับมาของบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งมีหลายแห่งติดอันดับเพิ่มขึ้น เช่น Toyota (อันดับ 10), Suntory (อันดับ 31), Ajinomoto (อันดับ 40), Unicharm (อันดับ 43), Honda (อันดับ 47) และ Uniqlo (อันดับ 50)
ข้อมูลเหล่านี้สื่ออะไรได้บ้าง?
1.Global Workplace with Japanese Spirit : บริษัทญี่ปุ่นในไทยปรับภาพลักษณ์ใหม่ จากเดิมที่ถูกมองว่า “ระเบียบจัด-อาวุโสสูง” มาเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Well-being และการพัฒนาศักยภาพพนักงานในระยะยาว (Long-term Career Path)
2.แนวคิด “กินดี มีสุข” : เช่น กรณีของอายิโนะโมะโต๊ะหรือซันโทรี่ ที่นำวัฒนธรรมการทำงานแบบเปิดกว้าง (Diversity & Inclusion) เข้ามาผสมกับความใส่ใจพนักงานแบบญี่ปุ่น ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าได้รับ “ความมั่นคงแบบเอเชีย” แต่มี “สวัสดิการแบบสากล”
3.การปรับตัวสู่ Hybrid Work: หลายบริษัทญี่ปุ่นในไทยเลิกเคร่งครัดเรื่องการตอกบัตร และหันมาใช้ระบบยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่คนรุ่นใหม่ใช้ตัดสินใจเลือกงาน

อย่างไรก็ตามปีนี้มีบริษัทใหม่ หรือมีการสับเปลี่ยนเข้ามาชนะใจ Gen Z คนรุ่นใหม่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยูนิโคล่ อายิโนะโม๊ะโต๊ะ ลอรีอัล ลากลาส(LA Grace) เทสล่า บีทีเอส กรุ๊ป ไทยออยล์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และฮอนด้า ส่วนบริษัทที่ “หลุดโผ” คนทำงานปีนี้ ได้แก่ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB) ไลน์แมน วงใน อาร์เอส อีวาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย อีเกีย การบินไทย กู๊ดเดย์  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือขยับขึ้นลงของลำดับแต่ละองค์กรที่คนรุ่นใหม่ต้องการทำงานด้วยมากที่สุด ไม่ได้สะท้อนว่าบริษัทดีมากหรือแย่ลง หรือบริษัทใดเจ๋งกว่า แต่เหตุผลคือ ความสนใจของคนทำงานหรือเทรนด์ในปีนั้นๆ

สิ่งที่องค์กรเรียนรู้จากโพลปี 2026 เพื่อดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่
1.CEO as a Storyteller ผู้นำต้องมีตัวตน (Personal Brand) และมีวิสัยทัศน์ที่จับต้องได้จริง
2.Flexibility & Balance ไม่ใช่แค่การทำงานที่บ้าน แต่คือการบริหารจัดการชีวิตที่ยืดหยุ่น (Holistic Well-being)
3.Meaningful Work งานที่ทำต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (ESG) และพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่เสมอ
4.การปรับตัวเข้ากับ AI จากการสำรวจ 60-70% ของคน Gen Z ใช้ AI ในการสืบค้นข้อมูลองค์กรและหางาน ส่งผลให้การประยุกต์ใช้ AI เข้ากับการเปิดรับสมัครพนักงานจะช่วยให้องค์กรนั้นสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าในยุคดิจิทัลเช่นนี้
5.KOE – Key Opinion Employee คือ พนักงานในบริษัทเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด โดยผ่านการบอกเล่าเรื่องราวการทำงานเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อต่างๆ

จากการจัดอันดับ 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นความต้องการที่หลากหลายของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่งานที่ช่วยเติมเต็มเป้าหมายในชีวิต ไปจนถึงการทำงานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของการจัดอันดับในปีนี้ นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณให้ทุกองค์กรตื่นตัวว่า วิธีการแบบเดิม ๆ ในการดึงดูดและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป การปรับตัวต่อสถานการณ์จึงยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการดำเนินการธุรกิจ

ที่มา : WorkventureBangkokbiznews  , Brandage

 

 

About us

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ท่านที่สนใจหางาน อยากทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us