2026.03.04เกี่ยวกับเพอร์ซันแนล

นักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น : บทเรียนและประสบการณ์ที่ได้มากกว่าภาษา

เมื่อไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น : บทเรียนและประสบการณ์ที่ได้มากกว่าภาษา

สวัสดีครับ ผมชื่อไอซ์ครับ เคยไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น 2 ครั้งตอนม.ปลายกับมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนม.ปลายไปโปรแกรมของโรงเรียนที่ เมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ 7 เดือนกับตอนมหาวิทยาลัยไปด้วยทุนรัฐบาลญี่ปุ่นหรือทุนมง (MEXT) ที่จังหวัดชิซูโอกะ 1 ปีครับ ที่เลือกประเทศญี่ปุ่นทั้งสองครั้งเพราะว่า ผมชอบญี่ปุ่นครับ 55555 😄 ชอบมาก ๆ คือรู้ตัวว่าชอบญี่ปุ่นตั้งแต่ม.ต้น และม.ปลายก็เรียนศิลป์ภาษาญี่ปุ่น แล้วก็คิดไว้ว่าจะทำงานเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น เลยเป็นเหตุผลที่เลือกไปที่ประเทศนี้ครับ

สำหรับบทความนี้จะมาเล่าประสบการณ์เมื่อครั้งที่ได้มาแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เผื่อเป็นข้อมูลสำหรับน้อง ๆ หรือ เพื่อน ๆ ที่สนใจอยากลองไปเรียนและไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นครับ บทความนี้ก็เน้นการเล่าเรื่องซะมากกว่าขอให้สนุกกับการอ่านครับ

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

การเตรียมตัวก็จะมีด้วยกันหลายอย่างมาก ทั้งเรื่องการเดินทาง เราจะใช้สายการบินอะไร ไปลงที่ไหน ต้องต่อรถบัสหรือรถไฟรึเปล่า โดยเฉพาะภาษาก็สำคัญ อาจจะจำประโยคที่ถามว่าจะไปที่…ต้องไปยังไง หรือผมหลงทาง ช่วยด้วยอะไรอย่างนี้ เผื่อเราดูทางแล้วหลงจะได้ถามพนักงานสถานีหรือคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ หลัก ๆ คือ ต้องมีสกิลภาษาระดับเอาตัวรอดได้ก็ถือว่าเพียงพอ

อีกเรื่องนึง คือด้านของเสื้อผ้า เราจะไปนานเท่าไหร่ จะเอาเสื้อผ้าไปเยอะ ๆ เลยหรือว่าค่อยไปซื้อเอาข้างหน้า จังหวัดที่จะไปมีอากาศเป็นยังไง นอกจากเสื้อผ้าก็ต้องมี รองเท้า ยาประจำตัว เงินสดติดตัว บัตรเครดิตที่จะเอาไว้กดเงินอีก คือ มีสิ่งที่ต้องเตรียมเยอะมาก ๆ เลยอยากให้คิดให้ละเอียดแล้วทำเป็น Check-list ออกมาว่า อันไหนจำเป็นที่ต้องเอาไป อันไหนไม่จำเป็น เช่น ถ้าใส่ของในกระเป๋าเดินทางไม่พอ เอาของที่ไม่จำเป็นออกแล้วค่อยไปซื้อที่นู่นเอาก็ได้ นอกจากเตรียมการเดินทางหรือสัมภาระต่าง ๆ แล้ว ก็ต้องเตรียม “ใจ” ด้วย

การเตรียมใจ อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กับข้ออื่นเลย การที่เด็กคนนึงไม่ว่าจะมัธยมหรือมหาลัยจะไปใช้ชีวิตในต่างแดนคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก แถมต่างวัฒนธรรม ต่างภาษาอีก เราก็จะต้องเตรียมใจ เตรียมความกล้าไว้เยอะ ๆ กลัวได้ แต่ไม่อยากให้กลัวมากขนาดนั้น เพราะญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่ปลอดภัย ถึงผู้คนอาจจะเย็นชากว่าคนไทยซักหน่อย แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนหนิใช่มั้ย คิดบวกเข้าไว้ หาเพื่อน หากิจกรรมทำ แล้วเวลาจะผ่านไปไวมากกกกก รู้ตัวอีกทีก็ต้องกลับบ้านแล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติมทุนรัฐบาลญี่ปุ่นwww.th.emb-japan.go.jpwww.studyinjapan.go.jp

ระบบการเรียนที่ญี่ปุ่น : โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย

โรงเรียนมัธยมโมริโอกะ ชูโอ ไอสคูล (Morioka Chuo Highschool 盛岡中央高校)
ระบบการเรียนของญี่ปุ่น ตอนมัธยมก็คล้าย ๆ กับของไทย แบบที่เราเห็นกันตามอนิเมะต่าง ๆ เลย เข้าเรียนตอน 6:30 ไม่มีเคารพธงชาตินะ 5555555😀 ตอนเช้าเริ่มมาอาจารย์ก็จะโฮมรูม เสร็จก็เรียน ถึงเวลาพักกลางวันก็จะมีคนรีบวิ่งไปโรงอาหารบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเอาข้าวกล่อง(เบนโตะ) กันมา เรียนคาบบ่ายจบก็แยกย้ายกันกลับบ้านหรือเข้าชมรม เลิกประมาณ 14:30-15:00

มหาวิทยาลัยชิซูโอกะ (Shizuoka University 静岡大学)
ตอนมหาลัยก็ไม่ได้ต่างมากเหมือนกัน ลงทะเบียนเรียนให้ครบตามที่มหาลัยกำหนด ลอง ๆ เรียนไปไม่ไหวก็ถอน บางวันเข้าเรียนตั้งแต่ 8 โมง บางวันคาบแรกเรียนบ่าย บางวันก็ว่าง เวลาเริ่มเรียนกับเวลาเลิกเราก็สามารถเลือกได้เอง เพื่อนบางคนก็ลองไปเข้าชมรมบ้าง บางคนก็ได้เพื่อนสนิทคนต่างชาติหรือคนญี่ปุ่น เลิกเรียนแล้วก็ไปเที่ยวในเมืองบ้าง บรรยากาศรวม ๆ ก็รู้สึกคล้ายไทย

ส่วนในเรื่องของภาษาคือคนละเรื่องกับที่เรียนมาเลย ฟีล ๆ แบบการใช้ในหนังสือกับการใช้ในชีวิตจริง คือครั้งแรกที่ไปตอนมัธยมก็พูดสุภาพใส่เพื่อนฉ่ำ เช่น
“สวัสดีครับ กินข้าวกันมั้ยครับ เพื่อน ๆ กินอะไรกันหรอครับ” (こんにちは ご飯食べましょうか? 何を食べますか?)
เพื่อนคนญี่ปุ่นตอนนั้นบอกว่า โนโน ชีวิตจริงไม่พูดกันอย่างนั้นกับเพื่อน เพราะว่ามันจะดูเหมือนเรามีกำแพง ดูห่างเหิน ทีหลังถ้าจะพูดให้พูดว่า
“ว่าไง กินข้าวปะ กินไรกันอะ”(うっす ご飯食う? 何食べる?)😆
พูดแบบนี้ธรรมชาติกว่าเยอะ ตั้งแต่ตอนนั้นก็เรียนรู้การใช้ภาษาแบบที่เค้าใช้กันจริง ๆ พอเริ่มเป็นเพื่อนก็สอนคำหยาบบ้าง มุขตลกบ้าง เคยพูดแล้วอาจารย์ได้ยินเพื่อนโดนเรียกไปตักเตือนด้วยนะ 5555555 😆 ตอนมหาลัยก็ได้ใช้ความรู้ตรงนี้แหละไปต่อยอด แต่ก็ไม่ได้เล่นเยอะละ ไปทางวิชาการซะมากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติม : Morioka Chuo Highschool ,  Shizuoka University

การใช้ชีวิตประจำวันในญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตประจำวันที่ญี่ปุ่นก็จะไม่เหมือนกันในแต่ละจังหวัด ตอนมัธยมที่ไปเมืองโมริโอกะ จ.อิวาเตะ ประมาณโซนภาคอีสานของญี่ปุ่น พูดกันตามตรงก็คือบ้านนอกของญี่ปุ่นเลยแหละ แล้วหนาวมากหนาวแบบติดลบหิมะตก ก็จะต่างกับการใช้ชีวิตที่ไทยอย่างสิ้นเชิง ผมได้อยู่หอนอกของเด็กมัธยม ห้องเป็นห้องเดี่ยวสตูดิโอแบบเสื่อทาทามิ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ซักชิ้น ทางโรงเรียนให้มาแค่ ชุดเครื่องนอน (ฟูก ผ้าห่ม หมอน) กับโต๊ะนักเรียนของโรงเรียน แค่นั้นเลย ผมก็เลยต้องไปซื้อของใช้อย่างอื่นเอง เช่นพวกตะกร้าผ้า ไม้แขวนเสื้อ ส่วนหอก็จะมีสวัสดิการข้าวเช้าตักไม่อั้นจนถึง 8โมงครึ่ง ข้าวกล่องตอนเที่ยงวันละกล่อง

ตอนเย็นเลิกเรียนก็กลับบ้านมากินข้าวที่ผู้ดูแลทำไว้ให้ วันจันทร์ถึงศุกร์ก็จะแบบว่าเรียนเสร็จกลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ทำความสะอาดห้อง ซักผ้า อบผ้า มีเวลาว่างก็จะไปปั่นจักรยานถ่ายรูปเล่น ไปหาอะไรกิน เล่นบ้านเพื่อนแล้วแต่โอกาส เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองจริง ๆ ตอนอายุ 17 ปี อยากทำอะไรทำ อยากไปไหนไป อยากกินอะไรกิน แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบพอสมควรในส่วนของงานบ้าน การซื้อของเข้าห้องต่าง ๆ ต้องโทรหาแม่ทุกวัน

ส่วนตอนมหาวิทยาลัย ก็จะต่างไปอีกแบบนึง ชิซูโอกะเป็นจ.ที่อยู่ส่วนตรงกลางของญี่ปุ่นอากาศก็จะอุ่นกว่าตอนโมริโอกะอย่างชัดเจน แต่ตอนหน้าร้อนก็ร้อนนน ร้อนเหมือนอยู่ไทย ลืมไปจังหวัดนี้อยู่ติดทะเล ลมพัดแรงมากกก หน้าหนาวถึงหิมะจะไม่ตกแต่ลมคือเหมือนโดนแอร์ที่เปิดลมแรงสุดเป่าจ่อตลอดเวลาเหมือนกัน มารอบนี้มีความเจริญ มีความเป็นเมืองกว่าโมริโอกะขึ้นมาก หอก็ได้อยู่หอเด็กต่างชาติของมหาวิทยาลัย แบ่งอยู่กันเป็นยูนิต ยูนิตละ 5 คน แต่ละคนมีห้องส่วนตัวนะแบบแคบ ๆ ในห้องก็จะมีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมเก้าอี้ เตียงพร้อมฟูกหมอนผ้าห่ม ส่วนอื่น ๆ เราก็ต้องไปแชร์กับเพื่อน เช่น โต๊ะกินข้าว ครัว ห้องเก็บของ ห้องน้ำ(ที่ไม่มีที่ฉีดก้น) ห้องอาบน้ำ เครื่องซักผ้า/อบผ้า ชีวิตช่วงนี้ก็จะเป็นอิสระแบบผู้ใหญ่ขึ้น วันไหนมีเรียนก็ไปเรียน เรียนเสร็จก็กลับห้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปยิม ถ้าบางครั้งมีเวลาเหลือก็จะแวะซุปเปอร์ ซื้อไก่ทอดกับเบียร์ 1 กระป๋อง ปั่นจักรยานไปกินริมทะเล แต่ก็ไม่ได้ชิวขนาดนั้นเพราะว่าผมมาด้วยทุนมง (MEXT) ต้องทำวิจัยแล้วสรุปเป็นรูปเล่มส่งให้อาจารย์ก่อนกลับไทย ช่วงแรกที่ไปผมก็ไม่ได้แตะวิจัยเลยเพราะว่าอยากสนุกก่อน เวลาผ่านไปซักพัก รู้สึกตัวอีกทีก็เหลือเวลาอีกแค่ 3 เดือนเลยต้องปั่นวิจัยแบบสุดตัว สบายตอนแรกลำบากตอนหลังสุด ๆ

ในช่วงตรงกลางระหว่างสนุกกับลำบากตรงนั้น ผมได้ลองไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ญี่ปุ่นครั้งแรก ที่ร้านโซบะ-อิซากายะร้านหนึ่งในชิซูโอกะ ผมเข้าไปด้วยการที่ทางร้านต้องการคนไปทำงานเพิ่ม แล้วเพื่อนผมเป็นพนักงานในร้านนั้นพอดี เลยชวนผมไปลองทำ หน้าที่ที่ผมทำคือ ล้างจาน รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร คิดเงิน ชงเหล้ารินเบียร์ หรือง่าย ๆ ทุกอย่างนั่นเอง ด้วยค่าแรง 1,120 เยนต่อชั่วโมง
การทำพาร์ทไทม์นั้นก็เหมือนการทำงานจริง ๆ เราจะได้รู้ว่าการทำงานกับคนญี่ปุ่นเป็นยังไง เค้าคิดอะไร มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมตรงไหน เราต้องปรับอะไร ผมเลยคิดว่าถ้ามีโอกาสได้ทำ ลองเถอะ แล้วคุณจะเติบโตขึ้นอีกเยอะ

จากประสบการณ์มาญี่ปุ่น สิ่งที่ได้กลับมา

สิ่งที่ได้มาจากการที่ไปแลกเปลี่ยนมีหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสกิลภาษาที่เก่งขึ้น ความกล้าความมั่นใจที่สูงขึ้น ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีขึ้น เข้าใจความต่างทางวัฒนธรรม รับผิดชอบ จัดการการใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเป็นระเบียบขึ้น โตขึ้นในอีกหลาย ๆ ด้าน ถ้ากลับไทยมาสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองได้อย่างไม่ยากเลย แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้เราทำงานกับคนญี่ปุ่นง่ายขึ้น มิตรภาพดี ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมความทรงจำดี ๆ ที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใด

เขียนมายาวเหยียดสรุปสั้น ๆ ได้ว่า ถ้ามีโอกาสที่จะได้ไปแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นช่วงมัธยมหรือมหาวิทยาลัย ก็อยากให้ทุกคนได้ลองไปดูซักครั้งในชีวิต ถ้าเริ่มรู้สึกว่า เห้ย! เราชอบประเทศญี่ปุ่นจังเลย ไม่ว่าจะชอบในอาหาร บรรยากาศ วัฒนธรรมหรือผู้คน การไปเที่ยว 7 วัน 14 วันมันก็ยังไม่เท่ากับการไปอยู่ไปใช้ชีวิตที่นั่น 1 ปีอย่างแน่นอน พอเราได้ไปอยู่จริงเราจะเข้าใจว่าเราชอบจริง ๆ มั้ย มีอะไรที่เข้าหรือไม่เข้ากับเราบ้าง คนญี่ปุ่นเค้ามีความคิดยังไง ทำให้ประสบการณ์และความรู้ตรงนี้เป็นประโยชน์สำหรับการทำงานของเราในอนาคตไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือที่ญี่ปุ่น

กลับกันถ้าเราไปแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ก็จะได้ถอยออกมากแล้วไปตามหาสิ่งที่เราชอบจริง ๆ ต่อไปได้ เห็นมั้ย มันมองได้หลายมุมมากเลย และทุก ๆ มุมมันจะทำให้คุณเติบโต วิธีการมองโลกของคุณจะไม่เหมือนเดิม มันจะกว้างขึ้น ละเอียดขึ้น สุขุมขึ้น พยายามเข้าครับทุกคน โอกาสที่จะเข้ามา เราไม่รู้หรอกว่ามันจะมาเมื่อไหร่

สิ่งที่เราทำได้อย่างเดียวคือ เตรียมพร้อมครับ พร้อมสำหรับการคว้าโอกาสที่มันมาหาเรา พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าเสมอ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะครับ สู้ ๆ 😉


เรื่องและเรียบเรียงโดย : THANATHAT PHUPAOPUN (Internship)

About Us

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us