2026.03.30เกี่ยวกับเพอร์ซันแนล

รีวิวฝึกงานที่ Personnel Consultant ประสบการณ์จริงจากน้องอินเทิร์น [EP02]

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เปิดรับนิสิต นักศึกษาฝึกงานเป็นประจำตลอดทั้งปี ล่าสุดเราได้ต้อนรับน้อง ๆ ฝึกงานจากหลายสถาบัน จำนวนทั้งสิ้น 10 คน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 –  มีนาคม 2569

วันนี้เราได้รวบรวม รีวิวประสบการณ์ฝึกงานจากน้อง ๆ อินเทิร์นที่ Personnel Consultant ที่จะมาแบ่งปันความรู้สึก บรรยากาศการทำงาน สิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดช่วงเวลาการฝึกงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมุมมองและแนวทางสำหรับน้อง ๆ ที่เรียนสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นหรือที่มีความสามารถภาษาญี่ปุ่น แล้วสนใจอยากมาฝึกงานที่เพอร์ซันแนลฯ กันค่ะ

😊 พิมพ์ชนก ฤทธิ์ถาวร (จ๋อมแจ๋ม) : นักศึกษา สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
อาจารย์เคยพูดถึงว่ามีบริษัทนึงที่มีรุ่นพี่มาฝึกอยู่ตลอด ก็เลยไปสืบค่ะว่าบริษัทอะไร เพราะถ้ามีรุ่นพี่มาฝึกกันอยู่ตลอดก็แปลว่าบริษัทนี้ดีจริง สืบไปสืบมาก็รู้ว่าเป็นบริษัทเพอร์ซันแนล คอนซัลท์แตนท์ฯ ค่ะ ก็เลยลองเสิร์ชในกูเกิล ปรากฏว่ามันมีรีวิวของรุ่นพี่รุ่นก่อน ๆ ก็เลยไปอ่านดู รู้สึกว่าบรรยากาศดูเป็นกันเองมาก บวกกับไปถามรุ่นพี่ว่าฝึกงานที่นี่แล้วเป็นยังไงบ้าง รุ่นพี่บอกว่าที่นี่โอเค ให้ทำงานจริง ๆ มีเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย ก็เลยตัดสินใจมาฝึกงานที่นี่ค่ะ

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
ฝึกแผนก Marketing กับ Thai Nippon Fellowship ค่ะ แต่ความรู้สึกคือเหมือนไม่ได้ย้ายแผนกเลย555555 ได้ทำงานเยอะมากกกกกค่ะ (ในทางที่ดีนะคะ) ส่วนมากงานที่ทำจะเกี่ยวกับงานดีไซน์ค่ะ ออกแบบโปสเตอร์ แบนเนอร์ อินโฟกราฟิก มีม ภาพปกบทความ ทำ Google site จนตอนนี้เชี่ยวชาญแล้วค่ะ มีคิดคอนเทนต์ ถ่ายคอนเทนต์ด้วยค่ะ ไม่ได้ทำงานแค่หน้าคอมอย่างเดียว แต่ยังได้ไปออก Job fair ที่มหาลัยต่าง ๆ ไปเป็นสตาฟช่วยจัดงานสัมมนาด้วยค่ะ ฟินมาก

ก่อนมาฝึกงานคือเตรียมใจไว้ว่าจะได้ทำงานแปลแน่ ๆ เพราะรุ่นพี่ที่เคยมาฝึกก็ทำงานแปลกันทั้งนั้น แต่จริง ๆ ไม่อยากทำงานแปลเลยค่ะ รู้สึกไม่ใช่แนวตัวเองเท่าไร แต่ก็อยากลองทำเพราะอยากรู้ว่าจะไม่ชอบแบบที่คิดไว้จริง ๆ หรือเปล่า พอมาวันแรกพี่หนุ่ยบอกว่าน้องจ๋อมแจ๋มจะอยู่แผนก Marketing นะคะ ตอนนั้นโล่งใจมาก แล้วก็ตื่นเต้นสุด ๆ เพราะอยากรู้ว่า Marketing เขาทำอะไรกันบ้าง บวกกับอยากเรียนรู้งานสายนี้ด้วยค่ะ พอได้มาทำงานที่สองแผนกนี้ก็คือรู้สึกอยากมาทำงานทุกวัน แฮปปี้มากจนเพื่อนอินเทินด้วยกันก็ยังงง คือมันเป็นงานที่สนุก ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ได้รู้ว่าตัวเองก็มีความสามารถเหมือนกัน เช่น งานดีไซน์ เพราะตอนเรียนก็ทำไปเฉย ๆ ทำไปงั้น ๆ แต่พอมาทำงาน งานที่เราดีไซน์มันถูกนำไปใช้จริง แถมงานยุ่งมากกกค่ะ แต่ก็แฮปปี้มากเช่นกัน

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
ต่างกันมากค่ะ พูดจากใจของคนที่เอาแต่เรียน ตั้งใจเรียนเพื่อเอาเกรด เรียนไปวัน ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไร หรืออยากทำอะไรในอนาคต พอได้มาฝึกงาน มันได้ลองทำงานจริง ๆ อะค่ะ มันทำให้ได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ถนัดอะไร เราทำอะไรได้บ้าง หรือบางทีเราอาจจะทำได้ทุกอย่างเลยก็ได้แค่เรายังไม่ได้ลอง ตอนเรียนเราอาจจะไม่มีเวลาได้ลองทำเพราะมันไม่มีใครมาบังคับ แต่พอทำงาน ถ้าพี่ ๆ เขาอยากให้ตัดคลิป เราก็ต้องตัด มันทำให้เราได้เรียนรู้สกิลใหม่ ๆ ด้วย สำหรับใครที่ค้นหาตัวเองไม่เจอก็อยากให้ลองไปฝึกงานดูค่ะ แต่ต้องเลือกที่ดี ๆ ด้วยนะคะ การฝึกงานมันจะช่วยให้เราได้ค้นพบตัวเองมากกว่าตอนเรียนเยอะเลยค่ะ

4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
ด้วยความที่ไม่ได้คิดว่าจะได้มาฝึกที่แผนกมาร์เก็ตติ้งมาก่อนงานที่ทำทุกอย่างก็เลยรู้สึกว่าใหม่หมดเลยค่ะ ต้องคิดคอนเทนต์ ถ่ายคลิป ตัดต่อซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่พอได้ลองทำก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ซะทีเดียวค่ะ ความยากอีกอย่างในการทำงานคือต้องแบ่งเวลาค่ะ มันไม่เหมือนตอนที่เราทำงานส่งอาจารย์เลย ถ้าเราส่งงานอาจารย์ช้าผลลัพธ์ก็อยู่ที่เราคนเดียว แต่ในการทำงานจริง ๆ มันไม่ใช่ ถ้าส่งงานช้าหรืองานไม่เสร็จ มันก็จะกระทบคนอื่นในทีมด้วย การฝึกงานที่นี่ก็เหมือนได้ฝึกการบริหารเวลาไปในตัวด้วยค่ะ

สิ่งที่ไม่คาดคิดคือที่นี่ให้ความรู้สึกไม่เหมือนองค์กรญี่ปุ่นที่อื่น เพราะคนญี่ปุ่นส่วนมากในบริษัทเป็นคนรุ่นใหม่ เวลาทำงานด้วยเลยรู้สึกสนุกมากค่ะ บรรยากาศไม่ได้เคร่งเครียดหรือเคร่งครัดเหมือนภาพที่เคยเห็นในหนัง ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการทำงานจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเครียดเสมอไป ยิ่งเราทำงานอย่างสนุก เราก็จะมีแรงตื่นมาทำงานในทุกวัน การได้มาทำงานที่นี่ทำให้หนูปรับมุมมองต่อการทำงานไปเลยค่ะ

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
สิ่งที่ได้จากการฝึกงานคือได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไรค่ะ พูดเรื่องนี้บ่อยมากเวลาเม้าท์กับเพื่อน5555555 การได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ถนัดอะไรมันทำให้เราใช้ชีวิตง่ายมากขึ้นเลยนะคะ ยิ่งช่วงที่กำลังจะเรียนจบแล้วด้วย หนูเลยรู้สึกว่าสิ่งที่หนูได้จากการฝึกงานเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ ได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักกับรุ่นพี่แล้วก็เจ้านายดี ๆ เลยค่ะ รู้สึกคิดถูกมากที่เลือกฝึกงานที่นี่
อยากบอกคนที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่ว่าถ้าอยากเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นก็มาเลยค่ะ แต่ต้องได้อยู่แผนกแปลนะ เพราะแผนกอื่นแทบไม่ได้แตะภาษาญี่ปุ่นเลย แต่ถ้าอยู่แผนกอื่นก็จะได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลยค่ะ อะไรที่ไม่เคยทำ ไม่คิดจะทำ ขอบอกเลยว่าได้ทำแน่ ๆ ถ้าพี่ ๆ หรือเจ้านายถามว่า “ทำอันนี้ได้มั้ย” ตอบไปเลยค่ะว่าทำได้ไม่ต้องลังเล ไปเรียนรู้เอาทีหลังก็ได้ ให้คิดว่าถ้าไม่ทำตอนนี้เราจะได้ลองทำตอนไหน เผลอ ๆ พอทำแล้วมันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่เราชอบแล้วก็เอาไปต่อยอดในอนาคตได้ก็ได้ค่ะ

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
ขอบคุณเจ้านายกับพี่ ๆ ทุกคนที่เอ็นดู ชมเวลาที่หนูทำงานได้ดีเพราะมันทำให้หนูมีแรงทำงานมาก ขอบคุณที่ให้คำแนะนำต่าง ๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ขอบคุณที่พาไปกินของอร่อย ๆ ค่ะ 3 เดือนที่ทำงานที่นี่เป็น 3 เดือนที่มีความสุขมาก ถึงหนูจะพูดว่างานเยอะ (ซึ่งก็เยอะจริง ๆ ) แต่ไม่มีวันไหนที่ร้องไห้เพราะเรื่องฝึกงานเลยค่ะ สิ่งที่อยากจะบอกมากที่สุดเลยก็คือเห็นคุณค่าในงานที่หนูทำทุกงานค่ะ บางอย่างที่ทำหนูมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กมาก ๆ ไม่คิดว่ามันจะทำให้พี่ ๆ ชอบงานที่หนูทำมากขนาดนี้ เริ่ดเลยล่ะ

 

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

😊 ชนุตต์กานต์ เลิศพงษ์เผ่า (แชมป์) : นักศึกษา สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยครับ และเพอร์ซันแนลฯ เคยมาออกบูธที่มหาวิทยาลัยครับ ตอนนั้นผมได้ไปลงทะเบียนร่วมกิจกรรม เลยมีโอกาสรู้จักบริษัทมากขึ้นครับ ในช่วงปี 2023 ผมมีโอกาสได้ร่วมงานกับทางเพอร์ซันแนลฯ ในอีเว้นท์ Job Fair 2024 เลยได้รู้จักและสนิทกับพี่ ๆ ในทีมเห็นบรรยากาศการทำงานขององค์กรอย่างใกล้ชิด เมื่อลองหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและปรึกษารุ่นพี่แล้วรู้สึกสนใจขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเห็นว่าเป็นบริษัทจัดหางาน ผมมองว่าว่าการมาฝึกงานที่นี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองที่จะเตรียมตัวเข้าสู่การหางาน และนำความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่เราได้เรียนมาไปใช้จริง และพัฒนาทักษะของตัวเองให้มากขึ้น อีกทั้งอยากลองสัมผัสประสบการณ์ทำงานในองค์กรญี่ปุ่นโดยตรงด้วยครับ

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
แผนก Marketing จะเน้นการทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้กับทางบริษัท เช่น เขียนคอลัมป์ หาข่าว/ บทความภาษาญี่ปุ่นมาเขียน ทำกราฟิก ทําคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย ออกนอกสถานที่ไปงานสัมมนาตามมหาวิทยาลัยครับ การทำงานแผนกนี้เป็นการออกนอกกรอบของตัวเองที่คิดว่าภาษาญี่ปุ่นน่าจะได้ใช้แค่กับงานแปลเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วสามารถนำมาประยุกต์ในด้านต่าง ๆ อีกมากมายอีกด้วย แผนก Sales ซัพพอร์ทหัวหน้าญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุมกับลูกค้า ประชุมกับพี่ ๆ ในแผนก บางทีก็ได้ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาระหว่างหัวหน้าคนญี่ปุ่นกับพี่คนไทย ดูเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สมัครงาน พอเข้าแผนกนี้รู้สึกว่าตัวเองใกล้ชิดกับเนื้องานที่เกี่ยวข้องของบริษัทจัดหางานมากยิ่งขึ้น เห็นภาพรวมลำดับขั้นตอนตั้งแต่ ออเดอร์จากลูกค้า การหาผู้สมัครงาน จนถึงการส่งโปรไฟล์ผู้สมัครให้กับบริษัท คิดว่าประสบการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าได้พบเจอบ่อย ๆ เลยรู้สึกขอบคุณที่พี่ ๆ และหัวหน้ามอบโอกาสนี้ให้กับผมครับ

ก่อนมาฝึกงานคิดว่าตัวเองต้องมาทำแนวแปลเอกสารล้วน ๆ 100 % ครับ แต่ความจริง คือ พอมาแล้วได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างนอกจากการแปลเอกสารครับ ๆ รู้สึกว่าดีใจครับ เพราะเหมือนเราได้ออกจาก Comfort zone ตัวเอง แล้วพัฒนาสกิลอื่น ๆ ที่ได้ใช้ในการทำงาน ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองในอนาคต

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
ต่างกันมากครับ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เวลาการเข้างานครับ ตอนเรียนเราสามารถเลือกลงเวลาเรียนได้ มีทั้งเรียนเช้าเรียนบ่าย แต่พอมาฝึกงานแล้วต้องเข้างาน 8:30 ทุกวัน ไม่ว่าจะง่วงขนาดไหนต้องตื่นมาเข้างานครับ ช่วงแรกต้องปรับเวลานอนหนักมาก แต่ก็เริ่มชินขึ้น ๆ เรื่อยครับ ส่วนในแง่การทำงาน ตอนเรียนอาจจะมีงานกลุ่มบ้าง แต่ก็เน้นไปที่อ่านหนังสือสอบเอง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล ถ้าพลาดเราก็ได้ผลคนเดียวซะเป็นส่วนใหญ่ แต่พอมาฝึกงานทุกอย่างเกี่ยวข้องกับคนหลายคน ทำให้เราต้องปรึกษา สอบถามพี่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้งานออกมาราบรื่น แต่ที่ชอบคือเมื่อเลิกงานแล้ว ไม่ต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน จบที่ 17:30 เลย แตกต่างจากตอนเรียนที่แม้เลิกเรียนและกลับบ้านแล้วก็ยังมีการบ้านที่ยังต้องส่งอาจารย์อยู่

4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
ความยากในการทำงานในช่วงแรก ผมมีโอกาสได้ร่วมงานกับหัวหน้าคนญี่ปุ่นหลายคน ช่วงแรกเวลาคุยเลยมีความเกร็ง ตื่นเต้น ลุกลี้ลุกลน แต่ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ เรากังวลมากไปเอง หัวหน้าเองก็ตั้งใจฟังสิ่งที่เราต้องการจะพูด ไม่กดดันเรา นอกจากเรื่องงานก็ชอบหาเรื่องชวนคุยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สนิทกันมากขึ้น แล้วก็อาจจะมีบางโปรแกรมที่ใช้ในการทำงานหรือศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเฉพาะที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน อาจจะไม่ค่อยเข้าใจในช่วงแรก แต่พอปรึกษาพี่ ๆ หรือหัวหน้า ก็พร้อมช่วยเหลือเราเสมอครับ

สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้ คือ รู้สึกตัวเองชอบคุยกับคนมากขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้นครับ ตอนอยู่ที่มหาลัยไม่ค่อยมีโอกาสได้พบเจอคนมากนัก แต่อยู่ที่นี่เนื่องจากต้องทำงานกับหลาย ๆ คน ทำให้ได้คุยกับพี่ ๆ หลาย ๆ คน แต่ละคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง คุยกับพี่ ๆ แต่ละสนุกไปในคนละแบบ ทำให้รู้ว่าตัวเองก็ชอบคุยกับคนเหมือนกันครับ และอีกอย่างคือพี่ ๆ ที่นี่ให้กำลังใจน้องเยอะมากแม้จะเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ทำให้ตัวเองมีความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้นตามครับ

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
สิ่งที่ได้จากการฝึกงานคือ การได้เข้าสู่สนามทดลองของการทำงาน ทำให้เราเข้าใจว่าการทำงานจริง ๆเป็นรูปแบบไหน ต้องเจออะไรบ้าง เนื่องด้วยเราเป็นเด็กฝึกงาน ยังสามารถลองผิดลองถูกได้ ความกดดันยังไม่เท่ากับพนักงานประจำ ทำให้เป็นโอกาสในการหาตัวเอง ทำในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ ค้นพบจุดเด่นจุดด้อย ก่อนจะเข้าสู่การทำงานจริง

อยากฝากถึงรุ่นน้องว่า บางคนอาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับองค์กรญี่ปุ่น แต่อยากจะบอกว่าการมาฝึกงานที่นี่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ เข้ามาที่นี่ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน เจอผู้คนมากมาย รู้สึกถึงความสนุกในการทำงาน ครบรสไปอีกแบบเลยครับ

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
ขอบคุณพี่ ๆ และเจ้านายทุกคนที่ดูแลผมมาเป็นอย่างดีมาโดยตลอดเลยนะครับ ทุกคนในบริษัทน่ารักมาก เป็นกันเองสุด ๆ แจกขนมให้ผมเสมอ ช่วงแรกผมยังทำอะไรไม่ค่อยเป็นเลย แต่ทุกคนก็คอยสอนงานผมอย่างใจเย็น เวลาเห็นผมดูเหนื่อย ๆ หรือง่วง พี่ ๆ ก็จะหาเรื่องชวยคุยและถามด้วยความเป็นห่วงเสมอ สามารถรับฟังปรึกษาปัญหาชีวิตได้ด้วย555 และที่สำคัญคือ หลังเรียนจบผมมีความต้องการที่จะหางานเลย พี่ ๆ ก็ให้คำแนะนำการหางาน เตรียมตัวสัมภาษณ์ จนสุดท้ายผมได้งานที่อยากทำผ่านทางเพอร์ซันแนลฯครับ เป็นที่ที่ให้ทุกอย่างกับผมมากจริง ๆ รู้สึกดีใจที่ได้เจอพี่ ๆ ทุกคนนะครับ คิดว่าเป็นประสบการณ์ 3 เดือนกว่าที่มีค่ามาก ๆ ครับ

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

😊 วรรณภา เรืองวรุณวัฒนา (ออม) : สาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ คณะมนุษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
มีรุ่นพี่เคยมาฝึกงานที่นี่ค่ะ พอทักไปคุยก็รู้สึกว่าน่าจะได้ทำงานหลากหลายดี พอเสิร์ชชื่อบริษัทก็เห็นรีวิวจากคนที่เคยมาฝึกงานปีก่อน ๆ บรรยากาศการทำงานดูเป็นกันเอง พี่ ๆ ใจดี แล้วก็มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่รู้จักมาฝึกรอบเดียวกันเยอะเลยตัดสินใจมาที่นี่ค่ะ

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
ได้ทำสองแผนกคือ YLink กับ Thai Nippon ค่ะ
แผนก YLink ส่วนใหญ่จะเป็นงานแปลกับเช็คความถูกต้องของงานแปลค่ะ ทำให้ได้เจอเอกสารหลายรูปแบบมาก ๆ เช่น ใบมรณะ บันทึกประจำวัน เอกสารสัญญาต่างๆ ฯลฯ แต่ละงานก็จะมีความเฉพาะทางต่างกันไป ได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่เยอะมาก ทั้งไทยญี่ปุ่นอังกฤษ งานของแผนกนี้ส่วนมากจะมีเดดไลน์ชัดเจน บางงานแอบเกือบไม่ทันบ้างแต่พี่ ๆ ก็ช่วยเหลืออย่างดี นอกจากนี้ก็ได้เป็นแอดมินเพจคิดคอนเทนต์เอง ลงเอง สนุกมากค่ะ 5555 บางครั้งพี่ในทีมก็ให้ไปส่งเอกสารลูกค้าด้วยค่ะ ชอบมากกก เหมือนได้พักสายตาจากหน้าจอคอมไปแปปนึง
แผนก Thai Nippon อยู่ฝั่งเซลล์ค่ะ เป็นแผนกที่เอนจอยกับการทำงานมากเพราะได้ทำงานหลากหลายมาก ๆ ทั้งคิดคอนเทนต์ ออกแบบดีไซน์ เขียนคอลัมน์ ทำ Google sites กรอกข้อมูลแคนดิเดต แปลงานหรือฟีดแบคแคนดิเดต ฯลฯ คือเยอะมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานรูทีน งานแทบไม่มีเดดไลน์ บางครั้งเลยอาจจะล่องลอยบ้าง 5555 แบบไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี ต้องจัดลำดับความสำคัญดี ๆ แต่ที่ชอบที่สุดคือได้เข้าประชุมแผนกสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง นอกจากนี้พี่ ๆ ยังให้ลองเข้าประชุมกับลูกค้าด้วยค่ะ

ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
ถ้าในด้านของมุมมองต่อบริษัทญี่ปุ่นก็ต่างจากที่คิดไว้มาก ๆ ภาพจำองค์กรญี่ปุ่นคือต้องซีเรียส บรรยากาศเงียบ แต่ความจริงคือเฮฮามาก ทุกคนเอนจอยกันทั้งวัน เวลามีวันเกิดก็ร้องเพลงกันทั้งออฟฟิศ ตอนเห็นครั้งแรกอึ้งเลยล่ะ555
ส่วนในด้านของงานที่ได้ทำ ก่อนมาฝึกงานก็พอเดา ๆ ไว้ว่าน่าจะได้อยู่ Ylink ตอนแรกนึกว่าจะได้ทำแค่แปลกับเช็คเฉย ๆ แต่สรุปว่าได้ทำหลากหลายกว่าที่คิด เช่น ทำคอนเทนต์ PR เพจ ทำ Google site และก็คิดว่าจะได้อยู่แผนกนี้จนจบฝึกงาน แต่กลายเป็นว่ามีการย้ายแผนกเลยได้มาอยู่ Thai Nippon ตอนแรกก็กังวลเพราะ process ของแผนกนี้เยอะมาก ๆ แต่ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ พี่ในทีมคอยสอนอยู่ตลอด พอเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ก็แอบเครียดและกังวลว่าต้องนั่งเหงา ๆ ทำงานคนเดียวแน่ แต่จริง ๆ คือนั่งขำฉ่ำ พี่ ๆ แผนกไทยนิปปอนเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นตลกทุกคนค่ะ5555555

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
คือในตอนเรียนเราสามารถเลือกเวลาเรียนเองได้ ค่อนข้างยืดหยุ่น จะทำอะไรก็ได้ รับผิดชอบแค่หน้าที่ของตัวเอง แต่สำหรับการฝึกงาน สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือเรามีเวลาของตัวเองน้อยลงค่ะ เราต้องมีวินัยมาก ๆ กลับห้องไปก็ต้องรีบนอน มัวเถลไถลไม่ได้ เก็บเวลาพักผ่อนให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ตื่นมาแล้วทำงานได้มีประสิทธิภาพ ไม่ไหวยังไงก็ต้องไหว เพราะเราไม่ได้ทำงานแค่คนเดียว เราจะต้องรับผิดชอบในส่วนของงานที่ได้รับให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบคนในทีมหรือคนอื่น ๆ ค่ะ

4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
เรื่องความยากในแผนกวายลิงค์ แน่นอนว่าต้องเป็นคำศัพท์แปลก ๆ แต่อีกอย่างคือเรื่องของการทำงานเป็นทีม ต้องปรึกษากันตลอด ถ้าความเห็นไม่ตรงกันก็ต้องมาตกลงกันว่าจะใช้คำไหนอะไรแบบนี้จึงอาจใช้เวลานาน ส่วนในแผนกไทยนิปปอน ก็รู้สึกว่ารายละเอียดยิบย่อยค่อนข้างเยอะมาก ๆทั้งขั้นตอน ระบบการทำงาน รวมถึงเอกสาร และงานที่ได้รับค่อนข้างจิปาถะและไม่มีเดดไลน์ เพราะงั้นต้องจัดตารางทำงานดี ๆ ค่ะ
สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้คือ การย้ายแผนกกลางคันค่ะ ตอนรู้ครั้งแรกตกใจและเครียดมากเพราะต้องเรียนรู้งานใหม่ทั้งหมด กลัวว่าย้ายไปแผนกใหม่แล้วจะเข้ากับพี่ ๆ ไม่ได้ ทำงานได้ไม่ดี ไม่กล้าออกจากเซฟโซน แต่พอมาทำงานก็ได้เรียนรู้ว่าตัวเองก็ชอบทำงานด้านออกแบบหรือคิดคอนเทนต์อยู่ลึก ๆ เหมือนกัน คือถ้าไม่ลองออกจากเซฟโซนอาจจะไม่มีทางรู้เลยว่าเราก็มีทักษะในด้านอื่น ๆ อยู่เหมือนกัน

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
สิ่งที่ได้แน่ ๆ คือทักษะในการใช้โปรแกรมต่าง ๆ เช่น Excel WordPress Porters รวมถึงทำให้ได้รู้ว่าในอนาคตเราอยากทำงานแบบไหน ไม่ชอบทำงานแบบไหน การมาฝึกงานก็ทำให้รู้ตัวเองอยู่พอสมควรเลยค่ะ หรืออาจจะเป็นคอนเนคชั่นที่แบบนั่งทำงานอยู่แล้วมีพี่ ๆ หรือฉะโจวเดินมาเสนองานให้555 อยากฝากรุ่นต่อ ๆ ไปว่าถ้าอยากฝึกทักษะการพูดเยอะ ๆ สำหรับที่นี่อาจจะยัง เว้นแต่จะได้ไปอยู่แผนกเซลล์ แต่ถ้าอยากได้ทักษะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่ภาษาญี่ปุ่น ทำงานอย่างมีความสุข ไม่กดดัน ที่นี่ตอบโจทย์มาก ๆ ไม่ผิดหวังแน่นอน

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
อยากขอบคุณฉะโจวและพี่หนุ่ยที่ให้โอกาสในการฝึกงานที่นี่ ได้รับประสบการณ์หลากหลายมาเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณพี่ ๆ ทั้งฝั่ง YLink และ Thai Nippon ที่ช่วยสอนงานอย่างใจเย็น ไม่เคยดุเวลาที่ไม่เข้าใจหรือทำงานพลาด ชวนคุย เล่นตลกให้หนูดูอยู่ตลอด รวมถึงให้คำแนะนำในการทำงานในอนาคตและช่วยแนะนำงานให้หนูอีกด้วย รักพี่ ๆ ม้ากกก นอกจากนี้อยากขอบคุณพี่ ๆ ในบริษัทคนอื่น ๆ ที่ยิ้มทักทายเสมอเวลาเจอหน้ากัน ขอบคุณพี่ทุกคนที่คอยซื้อขนมมาแจก ทำให้หนูได้กินอิ่ม อ้วนตุ้บ ทำงานแฮปปี้ เป็นประสบการณ์ที่ดีและมีค่ามากๆ ไว้แอบแวะมาดูพี่ ๆ เล่นตลกนะคะ

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

Personnel Consultant ขอขอบคุณน้อง ๆ อินเทิร์นทุกคนที่เลือกมาฝึกงานกับเรา และเป็นส่วนหนึ่งของทีมในช่วงเวลาที่ผ่านมา หวังว่าอย่างน้อยที่สุด น้อง ๆ จะได้รับทั้งประสบการณ์ในการทำงานจริง และความอบอุ่นจากพี่ ๆ ในทีมที่ได้ร่วมทำงานด้วยกัน หลังจากนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนก้าวต่อไปบนเส้นทางของตัวเองอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในอนาคต สู้ ๆ นะคะ

Personnel Consultantでインターンシップに参加してくれてありがとうございます。
これからもそれぞれの道で自信を持って進んでいってください。 
皆さんのこれからの活躍を心から応援しています。頑張ってください! 😊

About Us

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us