2026.04.01การทำงานในญี่ปุ่น

เงินเดือน 240,000 เยน อยู่ญี่ปุ่นพอไหม? เทียบค่าครองชีพ โตเกียว vs โอซาก้า ปี 2026

ในยุคที่ค่าครองชีพทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงกระแสนี้ได้เช่นกันบทความนี้จะพาไปสำรวจว่า “เงินเดือนเริ่มต้น” ในยุคปัจจุบัน เพียงพอหรือไม่สำหรับการใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า และอาจเป็นแนวทางให้ผู้ที่กำลังสนใจทำงานในญี่ปุ่น ได้มองเห็นภาพความเป็นจริงท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

หลายคนที่กำลังวางแผนไปทำงานที่ญี่ปุ่น มักดูตัวเลข “เงินเดือน” เป็นหลัก เช่น 240,000 เยนต่อเดือน แล้วคิดว่าจะมีเงินจำนวนนี้ไว้ใช้จ่ายเต็ม ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้หักภาษีและประกันสังคมต่างๆ เงินที่เข้ากระเป๋าเราจริงแล้วๆนั้น ไม่ใช่ตามตัวเลขที่เห็นแน่นอน ทำให้เรามีรายสุทธิที่เข้าบัญชีเราแค่ประมาณ 192,000 ~ เยนเพียงเท่านั้น

เมื่อเริ่มทำงาน เงินเดือนจะถูกหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ณ ที่จ่าย ตามดังต่อไปนี้ได้แก่
 ● ภาษีเงินได้ (所得税)
 ● ภาษีท้องถิ่น (住民税)
 ● ประกันสุขภาพ (健康保険)
 ● ประกันบำนาญ (厚生年金)
 ● ประกันการว่างงาน (雇用保険)
หลังจากหักรายการเหล่านี้แล้ว เงินที่เข้าบัญชีจริงเรียกว่า เงินสุทธิ  เงินเดือน 240,000 เยน คือเงินก่อนหัก
เงินที่ใช้ได้จริงจะอยู่ประมาณ 190,000 เยนต้น ๆ เท่านั้น และตั้งแต่ปีที่สอง เงินสุทธิอาจลดลงเล็กน้อยเพราะเริ่มถูกหักภาษีท้องถิ่น

ข้อมูลอ้างอิง   SMBC-card

ค่าเช่าที่พักในโตเกียวและโอซาก้า

ต่อมาดูที่ปัจจัยหลักในการใช้ชีวิตกันนะคะ คือ ค่าที่อยู่อาศัยครับ ค่าเช่าห้องอพาทเมนต์ในญี่ปุ่นนั้น ราคาจะแตกต่างไปตามแต่ละพื้นที่ และปัจจุบันมีปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง ทั้งต้นทุนการก่อสร้าง ความหลั่งไหลข้าวมาของแรงงานต่างชาติเลยมีต้องการที่อยู่อาศัยสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการปรับตัวของราคาตลาด

ในฝั่งของค่าเช่าโอซาก้า


ซึ่งในการเช่าอยู่อาศัยนั้นมีค่าใช้จ่ายแฝงอยู่ด้วยหรือเรียกว่าค่าใช้จ่ายแรกเข้า ทางเราเลยอยากมาแนะนำคร่าวๆ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายแรกเข้าเมื่อเข้าอยู่อาศัย

 • 敷金 (Shikikin) – เงินประกัน 1 เดือน (ได้คืนบางส่วนตอนย้ายออก)
• 礼金 (Reikin) – ค่าธรรมเนียมให้เจ้าของ 1  เดือน (ไม่ได้คืน)
• 前家賃 (Mae-yachin) – ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน
• 仲介手数料 (Chukai Tesuryo) – ค่าเอเจนซี่  0.5 – 1 เดือน + ภาษี
• 火災保険料 (Kasai Hoken) – ประกันอัคคีภัย 15,000 – 20,000 เยน (2 ปี)

โตเกียว:  ถ้าเช่าห้องราคา 100,000 เยน คุณต้องเตรียมเงินก้อนแรกประมาณ 500,000 – 600,000 เยน
โอซาก้า: ค่าเช่าถูกกว่า (เช่น 70,000 เยน) เงินก้อนแรกจะอยู่ที่ประมาณ 350,000 เยน

โดยสรุปแล้วในเรื่องด้านที่อยู่อาศัยจะเห็นถึงช่องว่างของราคาที่ค่อนข้างต่างกันมาก ถ้าสำหรับโอซาก้าจะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่ามากสำหรับคนวัยเริ่มต้นการทำงาน ส่วนโตเกียวอาจจะต้องรัดเข็มขัด เลือกสถานที่อยู่ชานเมืองหน่อยก็จะมีราคาที่ถูกลงมา ทั้งนี้ในการเลือกสถานที่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ต้องคำนึงให้ดีอีกด้วย

ค่าอาหาร : ความต่างที่จะเริ่มเห็นชัดในมื้อกลางวัน

แม้ว่าโตเกียวจะเป็นศูนย์กลางของร้านระดับมิชลินและอาหารฟิวชันระดับโลก แต่โอซาก้ายังคงถูกขนานนามว่า “ครัวของแผ่นดิน” สะท้อนวัฒนธรรมการกินที่เน้น อร่อย อิ่ม คุ้มค่า มากกว่าความหรูหรา

ในโอซาก้า ในย่านธุรกิจอย่างอุเมดะหรือฮอนมาจิ งบประมาณประมาณ 1,000–1,200 เยน ยังสามารถหา Lunch Set ที่ประกอบด้วยจานหลัก ซุป ข้าว และเครื่องเคียงได้ โดยร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมากยังคงรักษาระดับราคาที่ “จับต้องได้” สำหรับพนักงานออฟฟิศ วัฒนธรรม“กินให้อิ่มก่อนกลับไปทำงาน” ยังคงแข็งแรงในโอซาก้า 

ส่วนในฝั่งของโตเกียว – ด้วยพิษของเงินเฟ้อทำให้ ย่านธุรกิจอย่างชินจูกุหรือชิบูย่า ราคามื้อกลางวันมาตรฐานในช่วงปี 2025–2026 ขยับไปอยู่ราว 1,200–1,500 เยน งบประมาณ 1,000 เยนในโตเกียวอาจยังพอเป็นไปได้ แต่ตัวเลือกจะจำกัดมากขึ้น เช่น ราเมง ข้าวหน้าเนื้อ หรือร้านเชนขนาดใหญ่ ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าโตเกียว “แพงเสมอไป” แต่สะท้อนต้นทุนค่าเช่าพื้นที่และแรงงานที่สูงกว่าอย่างชัดเจน

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.lmaga.jp/news/2026/01/1010116/

ตัวเลือกเรื่องการกินในยุคเงินเฟ้อ

ร้านสะดวกซื้อ สินค้าของร้านสะดวกซื้อเองก็มีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ข้าวกล่องในร้านอย่าง 7‑Eleven หรือ Lawson ปรับราคาอยู่ในช่วงประมาณ 500–800 เยน ต่อมื้อแล้ว (ขึ้นกับประเภทสินค้า) หากพึ่งพาข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อมากเกินไป วันละ 2–3 มื้อ งบค่าอาหารต่อเดือนอาจทะลุ 45,000–60,000 เยนได้ง่าย ๆ จุดแข็งของร้านสะดวกซื้ออาจจะไม่ใช่ “ความประหยัด”แต่เป็น “ความสะดวก”

ตัวเลือกการเอาตัวรอดของมนุษย์เงินเดือน คือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต  ข้าวกล่องมักจะลดราคาโดยเฉพาะหลัง 19:00–20:00  บางที่อาจจะมีสินค้าที่ลดสูงสุดถึง 50%  และอีกทางเลือกนึงคือ การทำอาหารเอง ไม่จำเป็นต้องทำทุกวันก็ได้ เพียงแค่ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ก็สามารถลดงบค่าอาหารลงเหลือประมาณ 30,000 – 40,000  เยนต่อเดือนได้

โดยสรุปแล้ว สำหรับเงินเดือน 240,000 เยน ในยุคที่เงินเฟ้อ และค่าครองชีพนั้นสูงขิ้นเรื่อยๆ ถ้าสำหรับโตเกียวนั้นถือว่าอาจจะต้องรัดเข็มขัดนึงนึง กินและใช้จ่ายอย่างประหยัด อาจจะไม่ได้ไปเที่ยวบ่อยมากนัก แต่ก็จะถือว่าพอไปรอดอยู่ แต่ถ้าเป็นฝั่งโอซาก้าคิดว่าสามารถอยู่รอดอย่างสบายใจ ออกไปกินข้าวมีตัวเลือกในการเลือกมากขึ้น โดยตัวแปรหลักมาจากค่าที่อยู่อาศัยกับค่าอาหารที่ค่อนข้างมีช่องว่างระหว่างสองเมืองนี้ ในเงินเดือนที่เท่ากัน การใช้ชีวิตน่าจะมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

ทางผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลเล็ก ๆ ที่ช่วยประกอบการตัดสินใจของใครหลายคนที่กำลังมองหาโอกาสและอยากมาทำงานที่ญี่ปุ่น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกเมืองล้วนมีเสน่ห์และจุดเด่นในแบบของตัวเอง การเลือกสถานที่อยู่อาศัยไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขเงินเดือนหรือค่าครองชีพเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับจังหวะชีวิต ความชอบ โอกาสในการทำงาน และความสบายใจในระยะยาวเมืองที่ “ดีที่สุด” อาจไม่มีคำตอบตายตัว แต่เมืองที่ “เหมาะกับเรา” และทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีความสุขต่างหาก คือคำตอบที่แท้จริงขอให้ทุกคนได้พบเมืองที่ทำให้รู้สึกว่า “อยู่แล้วใช่” สำหรับตัวเองนะครับ

เรื่องและเรียบเรียงโดย :  CHANUTKARN LERTPHONGPAO (Internship)

About Us

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us