2026.04.02เกี่ยวกับเพอร์ซันแนล

รีวิวฝึกงานที่ Personnel Consultant ประสบการณ์จริงจากน้องอินเทิร์น [EP03]

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เปิดรับนิสิต นักศึกษาฝึกงานเป็นประจำตลอดทั้งปี ล่าสุดเราได้ต้อนรับน้อง ๆ ฝึกงานจากหลายสถาบัน จำนวนทั้งสิ้น 10 คน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 –  มีนาคม 2569

วันนี้เราได้รวบรวม รีวิวประสบการณ์ฝึกงานจากน้อง ๆ อินเทิร์นที่ Personnel Consultant ที่จะมาแบ่งปันความรู้สึก บรรยากาศการทำงาน สิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดช่วงเวลาการฝึกงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมุมมองและแนวทางสำหรับน้อง ๆ ที่เรียนสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นหรือที่มีความสามารถภาษาญี่ปุ่น แล้วสนใจอยากมาฝึกงานที่เพอร์ซันแนลฯ กันค่ะ

😊ธนธัช ภู่เผ่าพันธ์ (ไอซ์) :  สาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ  คณะมนุษศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
เลือกที่นี่ด้วยหลายเหตุผลครับ เดินทางสะดวก รุ่นพี่ก็แนะนำด้วยว่าฝึกที่นี่ดี เคยร่วมงานกับทางบริษัทครั้งหนึ่งตอนที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่แล้วรู้สึกว่าบรรยากาศการทำงานร่วมกันก็สนุกดี แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือบริษัทนี้เป็นบริษัทจัดหางาน ผมเลยรู้สึกว่าถ้าผมมาที่นี่น่าจะได้เรียนรู้ถึงความต้องการของตลาด เรามีอะไรดี ขาดอะไร มีสายงานไหนที่น่าสนใจรวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่บางคนต้องไปทำงานก่อนถึงจะรู้ แต่ถ้าเรามาทำงานที่นี่แล้วน่าจะได้รู้เรื่องอะไรพวกนี้ก่อนคนอื่น เลยเลือกมาฝึกงานที่นี่ครับ

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
มีทำสองแผนกครับ มีทั้งแผนกแปล (Ylink) และแผนกเซล (PCMT)
แผนกแปล ได้ทำงานแปลเยอะและหลากหลายมาก ๆ ทุก ๆ วันจะมีเอกสารให้เราเช็ควันละ 10-20 หน้า เนื้อหาและประเภทของเอกสารก็จะแตกต่างกันไปด้วย ทำให้เราได้เจอคำศัพท์ใหม่ ๆ เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ มากมาย แม้ว่ามันจะมีความยากและง่วง55555 แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้มา นอกจากการแปลแล้วก็จะมีงานยิบย่อยให้ทำด้วย เช่น การล่าม ส่งเอกสาร ทำสื่อลงเพจของแผนก ทำเว็บของแผนกบน Google sites เป็นต้น
แผนกเซล เป็นแผนกในฝันของผมเลย เหมือนตอนต้นที่ได้เขียนไปว่าอยากรู้ว่าตลาดต้องการอะไร เรามีอะไร ขาดอะไร พอเข้ามาในแผนกนี้เราได้รู้หมดเลยผ่านการเข้าโปรแกรมที่ชื่อว่า PORTERS ด้วยเนื้อหางานที่ต้องใช้โปรแกรมนี้ ทำให้รู้เลยว่าสวัสดิการบริษัทนี้คือดีหรือยังไม่ดี เทียบกับคนวัยเดียวกันแล้วเราเด่นหรือด้อยกว่าเขายังไง ผ่านการกรอกข้อมูลผู้สมัคร กรอกข้อมูลตำแหน่งงานต่าง ๆ ได้ออกไปเจอลูกค้าบ้าง ล่ามในแผนกบ้างนิดหน่อย เข้าประชุมแผนก แต่บางทีพี่ ๆ ที่แผนกเค้ายุ่ง ก็จะไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่ ประมาณว่าว่างก็ว่าง ยุ่งก็ยุ่ง แต่เราก็เอาเวลาว่างนั้นไปทำรายงานมหาลัยจนเกือบเสร็จ ถือว่าเป็นการฝึกบริหารเวลาไปในตัว

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
ต่างกันคนละเรื่องเลยครับ ตอนเรียนมหาลัยเราสามารถที่จะจัดเวลาของตัวเองได้ เช่น บางคนอาจจะไม่ถนัดตื่นเช้าก็พยายามไม่ลงทะเบียนเรียนในวิชาที่มันเรียนเช้า แต่ที่นี่ทุกคนต้องมาพร้อมหน้ากันทำงานก่อน 8:30 ทุกวัน เลยอาจจะต้องปรับเวลานอน แลกมากับการได้เรียนรู้สังคมการทำงานว่าเค้าทำงานกันอย่างไร ได้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากมาย และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีการบ้านและไม่มีสอบ อันนี้คือเหตุผลหลักของผมเลยว่าทำไมอยากมาฝึกงาน55555 หยอกเล่นครับ สรุปง่าย ๆ เลยคือ รู้สึกว่าตอนมาฝึกงานตัวผมเติบโตขึ้นมากกว่าตอนเรียนมหาลัยครับ

4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
ก็ต่างไปคนละแบบในแต่ละแผนกครับ ถ้าแผนกแปลก็จะเจอคำศัพท์ยาก ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนบ้าง แปลเป็นภาษาไทยแล้วก็ยังอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง ทำไม่ทันเดดไลน์บ้าง ส่วนแผนกเซลก็จะเป็นในส่วนของการจัดการเวลาครับ เวลางานจะมาเยอะก็มาทีเดียวตู้มมมม ตอนไม่มีก็คือไม่มีเลย บวกกับเวลาได้งานมาแล้วจะถามพี่ ๆ ก็เกรงใจเพราะแต่ละคนยุ่งกันมาก ๆ แต่ในทุก ๆ ความยากก็จะได้บทเรียนมาเสมอครับ ซึ่งผมมองว่ามันคุ้มค่ามากเลยนะ เหมือนเราได้ลองสนามก่อนลงสนามจริง ล้มได้ พลาดได้ เรียนรู้ได้แบบไม่ต้องกดดันมาก แล้วพี่ ๆ ทุกคนก็ให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ดีเสมอ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกคือ จริง ๆ แล้วตัวผมเองก็รู้ว่าผมเป็นคนเข้าถึงยาก ด้วยความที่ผมขี้อาย ไม่ค่อยกล้าคุย ไม่กล้าเล่นกับคนที่ไม่สนิทหรือกับคนที่อายุมากกว่า และก็ไม่ค่อยชินกับผู้หญิงสักเท่าไหร่ กลายเป็นเหมือนสร้างกำแพงไว้ตั้งแต่วันที่เข้ามา แต่พี่ ๆ ทุกคนใจดีมากๆ เข้ามาชวนคุยชวนเล่นด้วย ทำให้กำแพงที่สร้างขึ้นมาในวันแรกค่อย ๆ หายไป กล้าคุยกล้าถามอะไรมากขึ้น ได้เรียนรู้มาอีกว่าก่อนเข้าทำงานจริงจะต้องพยายามปรับตัวอย่างไร ก็เป็นอีกความดีใจและโชคดีที่ได้เข้ามาฝึกงานที่บริษัทนี้ครับ

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
เขียนไปในทุก ๆ ข้อแล้ว5555555 ง่าย ๆ คือคุณจะโตขึ้นครับ โตขึ้นกว่าตอนเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแน่นอน จะได้อะไรเยอะมาก ๆ ก็อยากให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ให้ได้เยอะที่สุด ก่อนที่จะไปทำงานจริง ๆ เชื่อว่าบางคนที่หลงเข้ามาอ่านข้อความนี้ อาจจะมีความคิดว่า ฝึกงานดีหรือเรียนดี (บางมหาวิทยาลัยที่สามารถเลือกได้) อยากให้คิดว่าจะใช้ช่วงเวลา 3-4 เดือนไปกับ 1. ใช้ชีวิตมหาลัยครั้งสุดท้าย พักผ่อน สนุกให้เต็มที่ก่อนทำงาน หรือ 2. ก่อนเข้าทำงานจริง ๆ ขอลองซ้อมก่อน ฝึกก่อน เผื่อจะปรับตัวได้ดีขึ้นหรือเร็วขึ้นเวลาทำงานจริง ๆ ตัวเลือกนี้ดีทั้งคู่นะผมว่า ถามตัวเองแล้วเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองครับ เป็นกำลังใจให้!

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่ให้โอกาสผมมาฝึกงานที่นี่ครับ ขอบคุณที่มอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ ขอบคุณที่ไว้ใจพาผมไปเจอลูกค้าข้างนอก ขอบคุณที่ส่งเรซูเม่ผมไปให้หลาย ๆ บริษัทจนได้ลองสัมภาษณ์ ขอบคุณที่ทำให้ผมมีงานทำก่อนจะจบการศึกษา ขอบคุณที่ชวนผมออกไปทำกิจกรรมหรือชวนไปกินข้าว ขอบคุณครับ ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนจริง ๆ หลังจากจบการฝึกงานไปผมจะพยายามเต็มที่ไม่ให้เสียชื่อแคนดิเดตจากเพอร์ซันแนลครับ อีกสัก 3 ปี 5 ปี เบื่องานนี้เมื่อไหร่ จะกลับมารบกวนอีกครั้งแน่นอนครับ จากนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ คิดไม่ผิดเลยที่เลือกที่นี่ 😉

 

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

😊 พัฒนพันธ์ เกียรติพิริยะ (เปา) : คณะมนุษศาสตร์เอกภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
เลือกมาฝึกงานที่นี่เพราะเป็นบริษัทที่รุ่นพี่เคยมาฝึกงานด้วย เพื่อน ๆ มากันเยอะน่าจะไม่เหงา แล้วก็เป็นบริษัทรีครูทด้วยเลยคิดว่าน่าจะมาแอบ ๆ ส่องได้ว่างานสายญี่ปุ่นตอนนี้กำลังเป็นไปในทางไหน แบบต้องการบุคลากรแบบไหนจะได้เตรียมตัวถูกหลังจากฝึกงานจบครับ

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง
TNFR: จัดการข้อมูลจาก Teach me biz มาลง Google site / Google slide, แปล feedback ของ candidate หลังจากสัมภาษณ์ / feedback after success 3 เดือน, เขียนคอลัมน์ไทยและญี่ปุ่น, คีย์ข้อมูลนามบัตรลง Porters และทำคอนเทนต์ทั้งเนื้อหาและรูปภาพเพื่อโพสลงโซเชียลมีเดีย

Ylink: งานหลักคือเช็คการแปลเอกสาร แปลเอกสารด้วยตัวเอง ในกรณีที่เนื้อหาไม่ยาวมาก รวมถึงทำคอนเทนต์ทั้งเนื้อหาและรูปภาพเพื่อโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
ก่อนมาฝึกงานคิดว่าน่าจะได้มาทำที่ Ylink แบบเพื่อน ๆ ปีที่แล้ว เตรียมใจมาแปลล้วน ๆ แต่สรุปว่าได้มาอยู่ TNFR ก็งงไปนิดหน่อย แต่พี่ ๆ ในทีมใจดีแล้วก็ปั่น ๆ กันก็เลยไม่เกร็งมากครับ งานก็ทำได้เรื่อย ๆ ไม่ติดปัญหาอะไรครับ แล้วก็พอรู้ว่าต้องย้ายไป Ylink ก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากเพราะเห็นสภาพของไอซ์ที่นั่งอยู่ใกล้ตอนทำงานตลอดว่าเป็นยังไง

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
ตอนเรียนก็ได้อยู่แค่ในห้องเรียนอย่างเดียวแทบไม่ได้เห็นบรรกาศการทำงานจริง ๆ แล้วก็มีภาพในหัวแค่ว่างานญี่ปุ่นนี่มีแค่ล่ามกับแปลเป็นหลัก แต่พอได้มาที่นี่ก็ได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วก็มีสายอื่น เช่น เซล กับพวกงานในโรงแรมที่มีความต้องการเยอะเหมือนกัน แล้วก็ตอนเรียนง่วงก็แอบงีบ ขนาดฝืนแล้วก็ยังไม่สามารถทนตื่นได้ แต่พอต้องมาทำงานจริง ๆ ง่วงแค่ไหนก็ต้องตื่นให้ไหว พยายามหาวิธีแก้ง่วง เช่น กินชาบ้าง คุยกับเพื่อน คุยกับพี่ ๆ บ้าง ทำทุกทางไม่ให้ตัวเองหลับ เพราะมีคนจับจ้องเราอยู่ตลอดเวลา

4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
เนื่องจากว่าเป็นการฝึกงาน เนื้อหางานอาจจะยังไม่ยากมากแต่ประสบการณ์ที่งง ๆ ที่สุดคือนั่ง ๆ ทำงานอยู่แล้วถูกโอ๊ะซังเรียกเข้าไปคุยกับลูกค้าที่มาจากจังหวัดคาโกชิมะที่ผมไปแลกเปลี่ยนมา ตอนนั้นเข้าไปนั่งก็คือนั่งเกร็งสุด ๆ เสื้อผ้าก็ไม่พร้อมเจอคนอย่างแรง สิ่งนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้เลยว่าในการทำงานจริง เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือเตรียมภาพลักษณ์ของเราให้ดูดีน่าเชื่อถืออยู่ตลอดเวลา แล้วพอได้ลองเข้าไปฟังก็รู้สึกได้ว่าการคุยธุรกิจของคนญี่ปุ่นสิ่งที่สำคัญคือความจริงใจ ไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่ต้องพร้อมที่จะช่วยลูกค้าด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าลูกค้าจะมาแบบไหน แต่งานก็คืองาน เช่น พี่ ๆ ที่ต้องโทรศัพท์คุยกับผู้สมัครหรือลูกค้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตอนนั้นก็ตามแต่เมื่อยกหูแล้ว สามารถเสียงสองได้ทันที นี่คือจุดที่ผมคิดว่าสุดยอดมาก ๆ ครับ

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
สิ่งที่ได้จากการฝึกงานที่นี่แน่นอนว่าทักษะในการทำงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เรียนรู้แน่ ๆ แต่อีกอย่างคือเพื่อนร่วมงานและบรรยากาศการทำงาน สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างนึง ตอนแรกคิดว่าแค่เป็นงานที่ได้เงินเยอะ ๆ แค่นั้นก็พอแล้ว แต่พอผมได้ไปลองสัมภาษณ์หลาย ๆ ที่ ได้เห็นบรรยากาศของออฟฟิศที่ทำงาน ก็รู้เลยว่าเงินดีแต่บรรยากาศการทำงานไม่เข้ากับเรา ในระยะยาวก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดี เพราะฉะนั้นก็อยากฝากถึงรุ่นน้องที่อยากมาฝึกงานที่นี่ว่า มาเถอะ พี่ ๆ ที่นี่เฟรนลี่กันมาก พร้อมสอนงานแบบใจเย็น ในฐานะคนทึ่รับความกดดันได้ไม่มาก ที่นี่เหมาะสุด ๆ แต่พกเพื่อนมาสักคนสองคนจะดีมาก เพราะคนเดียวยังไงก็รู้สึกได้ว่าเกร็งเหมือนกัน

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
อยากขอบคุณโอ๊ะซัง พี่หนุ่ย ที่ให้โอกาสผมในการเข้ามาฝึกงานที่นี่ ขอบคุณพี่ ๆ TNFR  &  YLNK ที่สอนงานและชวนคุยตลอดแบบไม่มีอีโก้ แล้วก็พี่ ๆ ท่านอื่นที่รับไหว้ผมด้วยรอยยิ้มทุกครั้งตามคอนเซ็ปต์ Smile Always ครับ

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

😊 ณัฐปรียา จินดามณี (ออมแอม) : คณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
มีเพื่อน รุ่นพี่ คนรู้จักเคยมาฝึกที่นี่เยอะ เลยคิดว่าน่าจะมีการวางระบบการฝึกสหกิจ มีตาราง assign งานให้เด็กฝึกงานได้ดีประมาณนึง นอกจากนี้ก็อยากจะมาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตลาดการทำงาน เนื่องจากเป็นบริษัทรีครูท เราก็น่าจะสามารถเรียนรู้เทคนิคการพูด การเจรจาต่าง ๆ หรือวิธีการตอบสัมภาษณ์เพื่อเตรียมเข้าสู่สังคมทำงานในอนาคตได้

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?  ได้มาฝึกงานแผนกมาร์เก็ตติ้ง (ทั้งฝั่ง TNFR และ PCMT) และแผนกเช็คและแปลเอกสาร (YLink) ค่ะ ก่อนมาฝึกก็คิดว่าน่าจะได้ทำงานแปลเอกสาร แปลหนังสือสัญญาต่าง ๆ เพราะคนรู้จักที่มาฝึกที่นี่ส่วนใหญ่ก็ได้รับมอบหมายงานแนวนี้กัน แต่พอได้ไปอยู่ แผนกมาร์เก็ตติ้ง ได้เรียนรู้วิธีการทำ Customer PR, การเขียนคอลัมน์ลงเว็บไซต์บริษัท ฯลฯ ส่วนงานของฝั่ง Ylink ก็มีงานแปลหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะกฎระเบียบบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ และอีกมากมาย ระหว่างทำงานก็ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ไปด้วย สนุกดีค่ะ เราก็ได้ลองทำงานหลาย ๆ แบบ ทำให้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบงานแนวไหน

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
ต่างกันตรงที่ตอนเรียนส่วนใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบแค่ตัวเอง อาจจะมีงานกลุ่มบ้าง โดดเรียนก็ไม่มีใครมาเดือดร้อนด้วยขนาดนั้น แต่เวลาทำงาน เราจำเป็นจะต้องทำงานกับคนหลายฝ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นพี่ ๆ ในทีม, หัวหน้า, ลูกค้า ทำให้เราต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสูง และต้องคอยรายงาน ติดต่อกับหัวหน้างานอยู่เสมอ เพื่อให้การทำงานของทุกฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น

4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
ถ้าที่เกินคาดมากที่สุดน่าจะเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับงานขาย (Sales) เนื่องจากได้มีโอกาสไปออกบูธในอีเว้นท์ เช่น Jeducation Fair 2026, Enmusubi Event, TNI Job Fair 2026 แล้วตัวเราเองก็มีบุคลิกเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด พอต้องรับหน้าที่ให้ไปขายของ ไปประชาสัมพันธ์องค์กรก็ต้องพยายามผลักดันตัวเองให้พูดมากขึ้น กล้าแสดงออกมากขึ้น ถือเป็นงานที่ท้าทายจิตใจตัวเองมากค่ะ 5555555

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
สัมผัสบรรยากาศการทำงานในบริษัท ของอร่อยที่พี่ ๆ เลี้ยงให้หนูต่อชีวิตไปในแต่ละวัน คอนเนคชั่นรีครูท(?)55555555 สำหรับรุ่นน้องที่จะมาฝึกงานที่นี่ก็นอนเยอะ ๆ อย่าลืมรักษาสุขภาพร่างกายและสายตาด้วยค่ะ เพราะว่าจ้องคอมตาแตกระเบิดมากกก

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
ขอบคุณบริษัทเพอร์ซัลแนลฯ ที่ให้โอกาสเด็กตาดำ ๆ คนนี้ได้มาฝึกงานที่นี่และสามารถเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์อันมีค่า ขอบคุณพี่ ๆ พนักงานทุก ๆ คนที่เอ็นดูและคอยซัพพอร์ตพวกหนูทำให้สามารถสำเร็จการฝึกสหกิจศึกษาไปได้ด้วยดีค่ะ ทั้งนี้ ขนมอร่อยมากค่ะ

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

😊 ยูเมโกะ อำภาไพศาลธนกิจ (ยูเมโกะ) :  นิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณาและการสื่อสารตราสินค้า (Advertising and Brand Communications) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
เนื่องจากหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมีรายวิชาฝึกงาน ซึ่งจำเป็นต้องฝึกในสายงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน โดยหนูศึกษาในสาขา Advertising and Brand Communication จึงมีความสนใจด้านการตลาด (Marketing) เป็นพิเศษ อีกทั้งยังต้องการนำทักษะภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของตนเองมาใช้ในการทำงานจริง
ด้วยเหตุนี้หนูจึงมองหาบริษัทญี่ปุ่น และได้ศึกษาข้อมูลจากหลายแห่ง จนมาพบกับบริษัทนี้ โดยได้ลองดูคอนเทนต์และรีวิวเกี่ยวกับการฝึกงาน ทำให้รู้สึกว่าวัฒนธรรมองค์กรและลักษณะงานมีความสอดคล้องกับความสนใจของตนเอง จึงตัดสินใจสมัครฝึกงานที่นี่

2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไร แล้วความจริงเป็นอย่างไร
หนูได้ฝึกงานในแผนก Marketing ได้ทำงานด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์ อย่างอีเวนต์ Nippon Haku ได้เข้าร่วมประชุมกับทีมงานเป็นประจำทุกสัปดาห์ รวมถึงได้เสนอความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนไอเดียกับพี่ ๆ ในทีม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสทำงานด้านคอนเทนต์ในลักษณะของ Content Creator ตั้งแต่การคิดไอเดีย วางแผน ลงมือถ่ายทำ ไปจนถึงการตัดต่อด้วยตนเอง อีกทั้งยังได้ออกบูธในงานต่าง ๆ เช่น Job Fair ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารและการพูดคุยกับผู้คนได้เป็นอย่างดี

3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงานแตกต่างกันอย่างไร
การเรียนในมหาวิทยาลัยและการฝึกงานมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานร่วมกับผู้อื่น ในการฝึกงาน หนูได้ทำงานร่วมกับพี่ ๆ หลากหลายช่วงวัย และหลายแผนก ซึ่งแตกต่างจากการเรียนที่ส่วนใหญ่จะทำงานกับเพื่อนในวัยเดียวกัน ประสบการณ์นี้ช่วยพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills ได้อย่างมาก
นอกจากนี้ ลักษณะของงานในการฝึกงานยังมีความหลากหลายและท้าทายอยู่เสมอ ต่างจากการเรียนที่บางกิจกรรมอาจมีรูปแบบคล้ายเดิม แต่ในการทำงานจริง แต่ละโปรเจกต์จะมีความแตกต่างกัน ทำให้ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ

4. ความยากในการทำงาน / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้
สิ่งที่ไม่คาดคิดเลยคือ ไม่คิดว่าจะได้ทำงานที่หลากหลายขนาดนี้ รู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่พี่ ๆ เปิดโอกาสให้ได้ลองทำหลายอย่าง
จากตรงนี้ทำให้ได้รู้ตัวเองมากขึ้น ว่ายังมีจุดไหนที่ต้องพัฒนา ทั้งในเรื่องทักษะการทำงานและการจัดการตัวเอง ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ได้เรียนรู้ตัวเองชัดขึ้นมาก

5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้อง 
สิ่งที่ได้จากการฝึกงานคือได้ทั้ง hard skill และ soft skill เพราะได้ลงมือทำจริงทุกวัน รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังได้รู้จักเพื่อน ๆ จากต่างมหาวิทยาลัย ทำให้บรรยากาศการฝึกงานสนุกขึ้นมาก ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและช่วยกันเรียนรู้
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะมาฝึกที่นี่ อยากบอกว่าเลือกไม่ผิดเลย ที่นี่พี่ ๆ ใจดีมาก ดูแลดี สังคมก็ดี และเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอด แล้วก็มีของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้แต่ละวันแฮปปี้ขึ้น อย่างไอติมอร่อย ๆ ได้กินฟรีทุกวันด้วย 😊

6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ 
อยากขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนมาก ๆ ค่ะ ตอนแรกยอมรับเลยว่ากลัวมาก เพราะเป็นการฝึกงานครั้งแรก แต่พอวันแรกที่เข้ามา พี่ ๆ ก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น ชวนคุย และคอยแนะนำตลอด อีกอย่างคือพี่ ๆ เปิดโอกาสให้ได้ลองทำในสิ่งที่หนูอยากทำจริง ๆ ทำให้รู้สึกว่าการฝึกงานไม่น่ากลัวอย่างที่คิด รู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกมาก และโชคดีมาก ๆ ที่ได้มาฝึกงานที่นี่ค่ะ

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

Personnel Consultant ขอขอบคุณน้อง ๆ อินเทิร์นทุกคนที่เลือกมาฝึกงานกับเรา และเป็นส่วนหนึ่งของทีมในช่วงเวลาที่ผ่านมา หวังว่าอย่างน้อยที่สุด น้อง ๆ จะได้รับทั้งประสบการณ์ในการทำงานจริง และความอบอุ่นจากพี่ ๆ ในทีมที่ได้ร่วมทำงานด้วยกัน หลังจากนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนก้าวต่อไปบนเส้นทางของตัวเองอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในอนาคต สู้ ๆ นะคะ

Personnel Consultantでインターンシップに参加してくれてありがとうございます。
これからもそれぞれの道で自信を持って進んでいってください。 皆さんのこれからの活躍を心から応援しています。頑張ってください! 😊

About Us

บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ  ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ  ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ   ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th

Contact & Follow Us