นายจ้างต้องรู้! กฎหมายแรงงาน 2569 มีอะไรอัปเดตบ้าง

นายจ้างต้องรู้! กฎหมายแรงงาน 2569 มีอะไรอัปเดตบ้าง
1. ค่าจ้างขั้นต่ำ
รัฐบาลได้ประกาศปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่นี้จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ตั้งแต่ 337–400 บาท สำหรับพื้นที่อัตราแรงงานขั้นต่ำสูงสุด 400 บาท/วัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, อ.เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) ข้อมูลเพิ่มเติมอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
การปรับขึ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกจ้าง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายด้านต้นทุนที่ HR ต้องจัดการและปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้มีค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด เช่น กรุงเทพมหานคร และจังหวัดเศรษฐกิจอื่น ๆ
2. สิทธิการลาคลอด
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกฎหมายแรงงานปี 2569 คือ การปรับเพิ่มสิทธิการลาคลอด ที่มีผลทั้งแรงงานหญิงและคู่สมรส
● เพิ่มสิทธิวันลาจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน (นับรวมวันลาฝากครรภ์และวันหยุดระหว่างลา) ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน
● สิทธิลาเพิ่ม 15 วัน เมื่อลูกเจ็บป่วยหรือพิการ ได้รับค่าจ้าง 50%
● สิทธิคู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตร 15 วัน (ภายใน 90 วัน หลังคลอด) ได้รับค่าจ้าง 100%
การเปลี่ยนแปลงนี้นายจ้างจึงต้องวางแผนกำลังคนให้ดี เนื่องจากพนักงานหายไปเกือบ 4 เดือน ซึ่งอาจส่งผลต่อ Work-flow ของบริษัทได้
3. การปรับเพดาน “เงินสมทบประกันสังคม” ใหม่
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อนายจ้างและพนักงาน คือการปรับฐานค่าจ้างขั้นสูง ในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม โดยมีการปรับเพดานฐานเงินเดือนสูงสุดจาก 15,000 บาท ขยับขึ้นเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้ยอดเงินสมทบ 5% เปลี่ยนแปลงดังนี้
● ฐานเงินเดือนต่ำกว่า 17,500 บาท อัตราเงินสมทบ คำนวณตามจริง 5%
● ฐานเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป อัตราเงินสมทบ 825 บาท
4. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างในกรณี ออกจากงาน เสียชีวิต หรือเกษียณอายุ หากนายจ้างไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยหรือสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานได้ เงื่อนไขคือ
● กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
● กิจการที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
● หากมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่มีลูกจ้างบางส่วนยังไม่ได้สมัครเข้ากองทุน เช่น ช่วงทดลองงาน นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
โดยมีอัตราเงินสมทบดังนี้ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างและนายจ้างส่งเงินสบทบฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง และตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป สบทบฝ่ายละ 0.5% ของค่าจ้าง
นอกจากนี้ยังมีกฎหมายแรงงานอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การจ้างงานและการเลิกจ้าง
การจ้างงานตามกฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด ควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อระบุรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งตำแหน่งงาน ค่าจ้าง และสวัสดิการ ส่วนการเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดค่าจ้าง หากไม่มีสัญญาที่กำหนดระยะเวลาชัดเจน (สัญญาที่ไม่มีกำหนด) หรือนายจ้างต้องจ่าย “ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า” (ค่าตกใจ) แทน เว้นแต่ลูกจ้างจะทำผิดวินัยร้ายแรง เช่น ทุจริต หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ซึ่งสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
เงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง กฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด ยังคงกำหนดอัตราเงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างตามอายุงานอย่างชัดเจน โดยลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วันของอัตราค่าจ้างสุดท้าย และจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาทำงานสูงสุดถึง 400 วัน ของอัตราค่าจ้างสุดท้าย สำหรับผู้ที่ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป การทำความเข้าใจอัตราเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนการเงินและงบประมาณขององค์กร
สรุป 4 ประเด็นกฎหมายแรงงานสำคัญที่ต้องรู้ในปี 2569
ค่าแรงขั้นต่ำ : กทม. และจังหวัดเศรษฐกิจต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน (มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 68)
ประกันสังคม : ปรับเพดานเงินสมทบสูงสุดเป็น 875 บาท/เดือน
ลาคลอด : สิทธิลา 120 วัน ได้รับค่าจ้าง 60 วัน, บุตรเจ็บป่วย ลาเพิ่ม 15 วัน ได้รับค่าจ้าง 50%, คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงบุตรได้ 15 วัน ได้รับค่าจ้าง 100%
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง : บริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องส่งเงินเข้ากองทุนนี้ตามกฎหมาย เริ่ม 1 ต.ค. 2569
ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่กฎหมายแรงงานมีการปรับตัวครั้งสำคัญ ทั้งการอัปเดตค่าแรงขั้นต่ำ การขยายสิทธิการลาเพื่อครอบครัว การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคม ไปจนถึงการเริ่มจัดเก็บเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อทั้งต้นทุนของนายจ้างและสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ดังนั้นเจ้าของกิจการ นายจ้างและฝ่าย HR ควรติดตามรายละเอียดของกฎหมายให้ทัน
อยู่เสมอ เพื่อปรับระบบบริหารบุคลากรและการคำนวณ Payroll ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงให้กับทั้งธุรกิจและพนักงานในระยะยาว
ที่มา : Humansoft , Longtunman , mol
About Us
บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th
Contact & Follow Us
