2026.08.21การทำงาน • ทำงานบริษัทญี่ปุ่น

งาน IT มีอะไรบ้าง? รวมตำแหน่งสาย IT และแนวทางสำหรับคนไม่มีประสบการณ์

งาน IT มีอะไรบ้าง? รวมตำแหน่งสาย IT และคนไม่มีประสบการณ์เริ่มจากไหนได้บ้าง

เมื่อพูดถึง “งาน IT” หลายคนอาจนึกถึง Programmer หรือ Developer เป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วงานด้าน IT มีหลายสายและแต่ละตำแหน่งก็มีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานดูแลและแก้ไขปัญหาให้ผู้ใช้งาน งานพัฒนา Software งานดูแลระบบ Network ไปจนถึงงานด้าน Cybersecurity

นอกจากนี้ ยังมีงานด้าน Data และ Business ที่ทำงานร่วมกับทีม Technology อย่างใกล้ชิด เช่น Data Analyst และ Business Analyst ซึ่งบางองค์กรอาจจัดตำแหน่งเหล่านี้อยู่ในทีม IT, Data หรือ Business ตามโครงสร้างของบริษัท

สำหรับคนที่กำลังมองหาอาชีพใหม่ หรืออยากลองเปลี่ยนสายงานมาเริ่มต้นในด้าน IT หลายคนอาจสงสัยว่า หากยังไม่มีประสบการณ์ด้าน IT จะสามารถเริ่มต้นจากตำแหน่งไหนได้บ้าง?

คำตอบขึ้นอยู่กับพื้นฐานและทักษะของแต่ละคน เพราะบางตำแหน่งสามารถเริ่มต้นในระดับ Junior หรือ Entry Level ได้ ขณะที่บางตำแหน่งต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

มาทำความรู้จักกับตำแหน่งงานแต่ละสาย และดูว่าตำแหน่งไหนอาจเหมาะกับผู้ที่กำลังเริ่มต้นกัน

1. IT Support / IT Helpdesk

IT Support หรือ IT Helpdesk มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ใช้งานและแก้ไขปัญหาด้าน IT ที่เกิดขึ้นในการทำงานประจำวัน เช่น Computer, Software, Hardware และปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับ Network

หน้าที่
– ตรวจสอบและแก้ไขปัญหา Computer และ Software
– ติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์ IT
– ดูแล User Account และสิทธิ์การใช้งาน
– ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้งานเมื่อเกิดปัญหา
– บันทึกและติดตามปัญหาที่ได้รับแจ้ง
– ประสานงานกับทีม IT หรือ Vendor เมื่อพบปัญหาที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม

นอกจากความรู้ด้าน IT แล้ว งานสายนี้ยังต้องใช้ทักษะการสื่อสารและการแก้ปัญหา เพราะต้องช่วยอธิบายเรื่องทางเทคนิคให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่าย

ทักษะที่ควรมี: Troubleshooting, Hardware & Software, Operating System, Basic Network และ Communication

สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นสาย IT ตำแหน่ง IT Support หรือ Helpdesk จึงเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่สามารถพิจารณาได้ โดยคุณสมบัติของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน

2. Software Developer / Programmer

Software Developer มีหน้าที่ออกแบบ พัฒนา และดูแล Software, Website หรือ Application ขณะที่ Programmer จะเน้นการเขียน แก้ไข และทดสอบ Code โดยรายละเอียดของหน้าที่อาจแตกต่างกันไปตามองค์กรและตำแหน่ง

ตัวอย่างตำแหน่งในสายนี้
– Front-end Developer
– Back-end Developer
– Full-stack Developer
– Mobile Developer
– Web Developer

ทักษะที่ควรมี: Programming Language, Database, Version Control เช่น Git, Problem-solving และ Software Development

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสาย Developer อาจมองหาตำแหน่งระดับ Junior หรือ Entry Level หากมีพื้นฐาน Programming ที่เหมาะสม รวมถึงมี Project หรือ Portfolio ที่ช่วยแสดงทักษะของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม บางบริษัทอาจกำหนดวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ หรือ Technical Skill เฉพาะด้าน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละ Job Description ก่อนสมัคร

3. QA / Software Tester

QA หรือ Software Tester มีหน้าที่ตรวจสอบว่า Software หรือระบบทำงานได้ตาม Requirement และค้นหาข้อผิดพลาดก่อนที่ระบบจะถูกนำไปใช้งานจริง

ตัวอย่างหน้าที่
– จัดทำ Test Case หรือ Test Scenario
– ทดสอบ Function ต่าง ๆ ของระบบ
– ตรวจสอบและบันทึก Bug
– ทดสอบระบบหลังจากมีการแก้ไข
– ประสานงานกับ Developer เพื่อช่วยติดตามและแก้ไขปัญหา

งานสาย QA ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ การคิดอย่างเป็นระบบ และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของ Software

ทักษะที่ควรมี: Software Testing, Test Case, Bug Tracking, Analytical Thinking และ Attention to Detail

สำหรับบางตำแหน่ง โดยเฉพาะ Automation Tester / Automation QA อาจต้องมีทักษะด้าน Programming หรือ Scripting เพิ่มเติม ดังนั้น QA ไม่ได้หมายความว่าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ Technical Skill เสมอไป

ผู้ที่สนใจสายนี้สามารถเริ่มศึกษาพื้นฐาน Software Testing และสร้าง Project เพื่อฝึกทักษะก่อนสมัครงานได้ แต่ควรตรวจสอบคุณสมบัติของแต่ละบริษัทประกอบด้วย

4. Network / Systems Administrator

Network และ Systems Administrator มีหน้าที่ดูแลระบบ IT Infrastructure ขององค์กร เช่น Network, Server, Operating System และระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

หน้าที่อาจครอบคลุมทั้ง
– ติดตั้งและตั้งค่า Network หรือ Server
– ตรวจสอบและดูแลระบบ
– Monitor System และ Network Performance
– แก้ไขปัญหาด้าน Network หรือ Server
– ดูแล User Account และสิทธิ์การเข้าถึงระบบ
– ดูแล Backup และการกู้คืนข้อมูลตามระบบขององค์กร

ทักษะที่ควรมี: Networking, Server, Operating System, Troubleshooting และ System Administration

สำหรับผู้ที่สนใจสายนี้ อาจเริ่มจากงาน IT Support หรือ Technical Support เพื่อสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ด้านระบบ ก่อนต่อยอดไปสู่ตำแหน่ง Network หรือ Systems ที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

5. Cybersecurity / Information Security Analyst

Cybersecurity เป็นสายงานที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องระบบ Computer, Network และข้อมูลขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ชื่อที่ใช้เรียกตำแหน่งนี้มีหลายแบบ เช่น Information Security Analyst, Security Analyst หรือ IT Security Analyst

ทำหน้าที่
– ตรวจสอบและติดตามเหตุการณ์ด้าน Security
– วิเคราะห์ความเสี่ยงและช่องโหว่ของระบบ
– ดูแลมาตรการรักษาความปลอดภัย
– ตรวจสอบกิจกรรมที่อาจเป็นภัยคุกคาม
– ช่วยรับมือและวิเคราะห์ Security Incident
– จัดทำหรือปรับปรุงแนวทางด้าน Information Security

ทักษะที่ควรมี: Network Security, Operating System, Security Monitoring, Vulnerability Assessment และ Incident Response

สำหรับคนที่ยังไม่มีพื้นฐานด้าน IT เลย สาย Cybersecurity อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด เพราะหลายตำแหน่งต้องใช้ความรู้ด้าน Network, Systems และ Security ค่อนข้างมาก การสร้างพื้นฐานด้าน IT ก่อนแล้วค่อยต่อยอดจึงเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ

6. Systems Analyst

Systems Analyst มีหน้าที่วิเคราะห์ระบบ IT ขององค์กร รวมถึงทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อช่วยออกแบบหรือเสนอแนวทางปรับปรุงระบบให้ตอบโจทย์การทำงานมากขึ้น

หน้าที่
– วิเคราะห์ระบบและกระบวนการทำงาน
– เก็บและวิเคราะห์ Requirements
– พูดคุยกับ User และ Stakeholder
– จัดทำเอกสารเกี่ยวกับระบบ
– ประสานงานกับ Developer และทีม IT
– เสนอแนวทางปรับปรุงระบบ

ทักษะที่ควรมี: Requirements Analysis, System Analysis, Problem-solving, Communication และ Business Understanding

ตำแหน่งนี้จึงเหมาะกับคนที่สนใจทั้ง Business และ Technology แต่คุณสมบัติของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน โดยบางองค์กรอาจต้องการประสบการณ์ด้านระบบหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

7. Data Analyst

Data Analyst เป็นงานด้าน Data ที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสรุปผล เพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจข้อมูลและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ

แม้ Data Analyst จะทำงานร่วมกับทีม Technology ในหลายองค์กร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกจัดอยู่ในฝ่าย IT โดยตรงเสมอไป บางบริษัทอาจจัดอยู่ในทีม Data, Business Intelligence หรือ Business Analytics

มีหน้าที่
– รวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล
– วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาข้อมูลเชิงลึก
– สร้าง Report หรือ Dashboard
– นำเสนอผลการวิเคราะห์ให้ผู้เกี่ยวข้อง
– ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล

ทักษะที่ควรมี: Excel, SQL, Data Analysis และ Data Visualization เช่น Power BI หรือ Tableau

สำหรับผู้ที่ไม่ได้จบ IT แต่มีพื้นฐานด้านธุรกิจ การเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูล ก็สามารถพัฒนาทักษะเพิ่มเติมเพื่อเข้าสู่สาย Data ได้ โดยควรพิจารณาคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่งเป็นหลัก

8. Business Analyst (BA)

Business Analyst หรือ BA เป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ความต้องการและปัญหาของธุรกิจ และประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปรับปรุงกระบวนการหรือระบบ

ในบางองค์กร BA อาจทำงานใกล้ชิดกับทีม IT และ Developer โดยเฉพาะโครงการพัฒนาหรือปรับปรุง Software

มีหน้าที่
– ทำความเข้าใจความต้องการของ Business
– วิเคราะห์ปัญหาและกระบวนการทำงาน
– เก็บและจัดทำ Business Requirements
– ประสานงานระหว่าง Business และทีมที่เกี่ยวข้อง
– ช่วยติดตามการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบให้ตรงกับ Requirement

ทักษะที่ควรมี: Business Analysis, Communication, Requirements Gathering, Problem-solving และ Stakeholder Management

ดังนั้น แม้ BA จะไม่ใช่งาน IT โดยตรงในทุกองค์กร แต่เป็นหนึ่งในสายงานที่เชื่อมโยง Business และ Technology อย่างใกล้ชิด

คนไม่มีประสบการณ์ เริ่มงาน IT จากตำแหน่งไหนได้บ้าง?

สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้าน IT โดยตรง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเข้าสู่สายงานนี้ได้ แต่ควรเลือกตำแหน่งที่สอดคล้องกับ พื้นฐาน ความรู้ และทักษะที่มีอยู่

ตำแหน่งที่น่าลองสำหรับคนที่อยากเริ่มสาย IT

IT Support / IT Helpdesk

เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการสร้างประสบการณ์ด้าน IT จากการทำงานจริง เพราะมีโอกาสได้เรียนรู้ทั้ง Hardware, Software, Operating System และการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์จริง

ประสบการณ์จาก IT Support ยังสามารถนำไปต่อยอดสู่งาน IT สายอื่นได้ เช่น Network, Systems หรือ Information Security ขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ที่พัฒนาต่อไป

Junior Developer

เหมาะกับคนที่มีพื้นฐาน Programming และต้องการทำงานด้าน Software Development โดยตรง

หากยังไม่มีประสบการณ์ทำงานจริง การมี Project หรือ Portfolio สามารถช่วยแสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถได้ แต่ควรตรวจสอบว่าตำแหน่งที่สนใจต้องการ Programming Language หรือ Technical Skill ใดเป็นพิเศษ

Junior QA / Software Tester

เหมาะกับคนที่สนใจ Software และมีความละเอียดรอบคอบ ชอบตรวจสอบ และสามารถคิดอย่างเป็นขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม แต่ละบริษัทอาจมีความต้องการแตกต่างกัน และบางตำแหน่งอาจต้องการ Technical Skill เช่น SQL, API Testing หรือ Automation Testing

Technical Support

Technical Support มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้าน Technical แก่ลูกค้า User หรือทีมงาน โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และบริการของแต่ละบริษัท

ตำแหน่งนี้อาจเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานด้าน IT และชอบแก้ไขปัญหา รวมถึงมีทักษะด้านการสื่อสารและการให้บริการ

Junior Data Analyst

สำหรับคนที่สนใจ Data และมีพื้นฐานด้าน Excel, SQL หรือ Data Visualization อาจพิจารณาตำแหน่ง Junior หรือ Entry Level ที่ตรงกับทักษะของตัวเอง

การมี Project เช่น Data Dashboard หรือการวิเคราะห์ข้อมูลตัวอย่าง สามารถช่วยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำทักษะไปใช้งานจริงได้

เป็นไปได้ในบางตำแหน่ง แต่ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละบริษัท

งานด้าน IT และ Technology แต่ละตำแหน่งมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน บางตำแหน่งอาจให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาด้าน IT หรือ Computer Science ขณะที่บางตำแหน่งอาจพิจารณาผู้สมัครจากทักษะ ประสบการณ์ หรือความรู้ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น งาน IT Support บางตำแหน่งอาจพิจารณาผู้ที่มีความรู้ด้าน IT และ Certification ที่เกี่ยวข้อง แม้ไม่ได้จบ IT โดยตรง ขณะที่ตำแหน่งที่ต้องใช้ Technical Skill เฉพาะทางอาจมีข้อกำหนดด้านการศึกษาและประสบการณ์มากกว่า

ดังนั้น หากไม่ได้จบ IT ไม่ควรดูเพียงชื่อตำแหน่ง แต่ควรอ่าน Job Description และ Qualification ของแต่ละงานอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ควรพิจารณาว่าทักษะจากสายงานเดิมสามารถนำมาต่อยอดได้หรือไม่ เช่น
– การวิเคราะห์ข้อมูล
– การแก้ไขปัญหา
– การสื่อสาร
– การประสานงาน
– การบริหาร Project
– การทำงานกับลูกค้าหรือผู้ใช้งาน

ทักษะเหล่านี้อาจช่วยต่อยอดเข้าสู่ตำแหน่งด้าน IT หรือ Technology บางประเภทได้

อยากเริ่มงาน IT ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

หากกำลังเปลี่ยนสายงาน ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกอย่างเกี่ยวกับ IT พร้อมกัน แต่ควรเริ่มจากการเลือกตำแหน่งที่สนใจ แล้วพัฒนาทักษะให้ตรงกับงานนั้น

1. เลือกสายงานที่เหมาะกับตัวเอง

ลองเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองสนใจและถนัด เช่น
– ชอบแก้ปัญหาและช่วยเหลือ User → IT Support
– ชอบเขียนโปรแกรม → Software Developer
– ชอบตรวจสอบและค้นหาข้อผิดพลาด → QA / Tester
– สนใจ Network และระบบ → Network / Systems
– สนใจด้านความปลอดภัย → Cybersecurity
– ชอบวิเคราะห์ข้อมูล → Data Analyst
– ชอบวิเคราะห์ Business และประสานงาน → Business Analyst

2. ดู Job Description ก่อนเริ่มเรียน

แทนที่จะเริ่มเรียนจาก Skill ที่มีคนแนะนำทั่วไป ลองดูประกาศงานที่สนใจก่อนว่า บริษัทส่วนใหญ่ต้องการทักษะอะไร

เช่น หากสนใจ Data Analyst แล้วพบว่าตำแหน่งที่ต้องการสมัครระบุ Excel, SQL และ Power BI เป็นหลัก ก็สามารถวางแผนเรียนรู้จาก 3 ทักษะนี้ก่อน

วิธีนี้ช่วยให้การพัฒนาทักษะตรงกับเป้าหมายการสมัครงานมากขึ้น

3. สร้าง Project หรือ Portfolio

สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานโดยตรง Project สามารถช่วยแสดงให้เห็นว่าสามารถนำความรู้มาใช้จริงได้อย่างไร

ไม่จำเป็นต้องเป็น Project ขนาดใหญ่ อาจเริ่มจากงานเล็ก ๆ ที่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ เช่น

– Developer → สร้าง Website หรือ Application
– QA → ทดลองทำ Test Case และ Bug Report
– Data Analyst → สร้าง Dashboard จากชุดข้อมูล
– IT Support → ฝึก Troubleshooting และจัดทำ Documentation

4. พิจารณา Certification ที่เกี่ยวข้อง

Certification อาจช่วยแสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้และความรู้พื้นฐานในบางสายงาน โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังเปลี่ยนสายงาน

อย่างไรก็ตาม Certification ไม่ได้ทดแทนประสบการณ์หรือทักษะที่บริษัทต้องการในทุกตำแหน่ง จึงควรเลือก Certification ให้สอดคล้องกับสายงานและ Job Description ที่สนใจ

5. ปรับ Resume ให้ตรงกับตำแหน่ง

หากกำลังเปลี่ยนสายงาน ควรนำเสนอทั้ง Skill จากงานเดิมและ Skill ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ต้องการสมัคร

เช่น หากเคยทำงานที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลเป็นประจำ และกำลังสมัคร Data Analyst ก็ควรแสดงให้เห็นว่ามีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร พร้อมระบุ Tools ที่เคยใช้

หากมี Course, Certification หรือ Project ที่เกี่ยวข้อง ก็ควรใส่ไว้ใน Resume เพื่อให้ Recruiter เห็นภาพทักษะได้ชัดเจนขึ้น

6. เริ่มจากตำแหน่งที่เหมาะกับระดับทักษะของตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากตำแหน่งที่ Technical สูงที่สุด แต่ควรเลือกตำแหน่งที่ตรงกับพื้นฐานในปัจจุบัน และสามารถพัฒนาต่อได้

ตัวอย่างเช่น คนที่เพิ่งเริ่มต้นด้าน IT อาจพิจารณา IT Support หรือ Helpdesk ขณะที่คนที่มีพื้นฐาน Programming อยู่แล้วอาจมองหา Junior Developer

สิ่งสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีทุก Skill ก่อนจึงจะเริ่มสมัครงาน แต่ควรมีทักษะหลักที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งนั้น และพร้อมเรียนรู้เพิ่มเติมตามความต้องการของงาน

ข้อมูลอ้างอิง : bls.gov, blog.nextgen, talance.tech

About Us

Personnel Consultant Manpower (Thailand) Co., Ltd. ให้บริการด้านการจัดหางานและสรรหาบุคลากร ทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น มากว่า 30 ปี
ผู้สมัครสามารถลงทะเบียนฝากประวัติได้ที่ https://www.personnelconsultant.co.th/jobseeker/register_jobseeker/
หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) ทางอีเมล jobs@personnelconsultant.co.th

🔸เพอร์ซันแนลฯ ดูแลทั้งคนหางานและองค์กรที่หาคน | สอบถามเพิ่มเติม
📧 Email: jobs@personnelconsultant.co.th
📞 Phone: 02-2608454

Contact & Follow Us