2026.10.20หางาน • สัมภาษณ์งาน

5 วิธีทุบกำแพง “ขอคนมีประสบการณ์” ให้ HR เรียกสัมภาษณ์ สำหรับน้องจบใหม่

5 วิธีรับมือเมื่อตำแหน่งงานขอคนมีประสบการณ์ สำหรับน้องจบใหม่

“อยากได้งานต้องมีประสบการณ์ แต่ถ้าไม่มีใครรับเข้าทำงาน แล้วจะไปหาประสบการณ์มาจากไหน?” นี่เป็นโจทย์ที่คนเพิ่งเรียนจบหลายคนต้องเจอ โดยเฉพาะเวลาค้นหางานแล้วพบว่าตำแหน่งระดับ Entry-level หรือตำแหน่งเริ่มต้นบางแห่งยังระบุว่าต้องมีประสบการณ์ 1–2 ปี ทั้งที่เปิดรับเด็กจบใหม่ด้วย

แม้จะยังไม่เคยทำงานประจำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรมาแสดงให้นายจ้างเห็นได้ เพราะนอกจากประสบการณ์ในบริษัทแล้ว ทักษะจากการเรียน การทำโปรเจกต์ และงานพาร์ตไทม์ก็เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ HR ประเมินความเหมาะสมของผู้สมัครได้เช่นกัน

ถ้ากำลังหางานแรกอยู่ ลองมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้เรานำสิ่งที่เคยทำมาใช้สมัครงานได้ แม้จะยังไม่เคยทำงานประจำมาก่อนก็ตาม

1. เปลี่ยนสิ่งที่เคยทำให้เป็นประสบการณ์ที่ใช้สมัครงานได้

เด็กจบใหม่หลายคนอาจคิดว่าตัวเองไม่มีประสบการณ์ เพราะยังไม่เคยทำงานประจำ แต่ระหว่างเรียนอาจเคยทำโปรเจกต์จบ ทำกิจกรรมชมรม รับงานพิเศษ หรือช่วยดูแลงานบางอย่างที่นำมาใช้ประกอบการสมัครงานได้

ตัวอย่างเช่น โปรเจกต์จบหรืองานวิจัยที่ต้องค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล กิจกรรมชมรมที่เคยจัดงาน ดูแลงบประมาณ หรือติดต่อสปอนเซอร์ รวมถึงงานพาร์ตไทม์อย่างแอดมินตอบแชต ติวเตอร์ และขายของออนไลน์

เมื่อนำประสบการณ์เหล่านี้มาใส่ในเรซูเม่ อย่าเขียนเพียงชื่อกิจกรรมหรือโปรเจกต์ แต่ควรบอกด้วยว่าเราได้ลงมือทำอะไร รับผิดชอบงานส่วนไหน แก้ปัญหาอะไร หรือมีผลงานออกมาอย่างไร หากยังไม่แน่ใจว่าจะเรียบเรียงอย่างไร ลองใช้ STAR Method เป็นแนวทาง โดยเล่าตั้งแต่สถานการณ์ที่เจอ งานที่ได้รับมอบหมาย วิธีที่ลงมือทำ ไปจนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

2. สร้างผลงานให้เห็นจริง ไม่ต้องรอให้บริษัทมอบหมายงาน

ถ้ายังไม่มีประวัติการทำงานในบริษัท Portfolio หรือแฟ้มรวมผลงานก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ HR เห็นทักษะจากงานที่เคยทำได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่สามารถแสดงผลงานเป็นชิ้นงานได้

ตัวอย่างเช่น คนที่สนใจงาน Content อาจลองเขียนบทความหรือวางแผนคอนเทนต์จำลอง ส่วนคนที่สนใจงานกราฟิกอาจออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ ขณะที่ผู้สมัครสายการตลาดอาจทำ Case Study วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายหรือวางแผนแคมเปญ

ตัวอย่างเช่น หากเป็นโปรเจกต์ที่คิดและทำขึ้นเอง ควรระบุให้ชัดว่าเป็นผลงานจำลอง ไม่ใช่งานที่ได้รับมอบหมายจากลูกค้าหรือบริษัท พร้อมอธิบายแนวคิด ขั้นตอนการทำงาน และเหตุผลในการตัดสินใจ เพื่อให้คนอ่านเข้าใจว่าผลงานชิ้นนั้นสะท้อนทักษะอะไรบ้าง

เมื่อมีผลงานแล้ว ให้นำลิงก์ Portfolio ไปใส่ในเรซูเม่หรือโปรไฟล์สมัครงานในตำแหน่งที่เห็นได้ง่าย โดยเลือกผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัครเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่างที่เคยทำ

3. ปรับเรซูเม่ให้เห็นทักษะและผลงานที่เกี่ยวข้องกับงาน

สำหรับคนที่ยังไม่มีประวัติการทำงานมากนัก การเรียงข้อมูลตามลำดับประสบการณ์ทำงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะที่สุด ลองจัดเรซูเม่ให้ HR เห็นทักษะและผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งตั้งแต่ช่วงต้นของเอกสาร

เริ่มจากระบุทักษะที่จำเป็นต่องาน เช่น SQL, Figma, Python หรือ Google Analytics หากมีทักษะด้านอื่นที่เกี่ยวข้องก็ควรใส่ไว้ด้วย แต่ควรเป็นสิ่งที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ใส่เพียงเพราะพบในประกาศงาน

อีกเรื่องที่ควรเช็กคือคำที่ใช้ในเรซูเม่ ลองอ่าน Job Description แล้วดูว่าบริษัทระบุทักษะหรือหน้าที่อะไรไว้บ้าง หากมีประสบการณ์ที่ตรงกับคำเหล่านั้น ก็ควรใช้คำที่สื่อความหมายตรงกัน เช่น หากเคยวางแผนและดูแลคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย อาจระบุว่า Social Media Management พร้อมอธิบายหน้าที่ที่เคยทำจริง

นอกจากนี้ ควรตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งออก เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับทักษะ ผลงาน และประสบการณ์ที่ต้องการนำเสนอ ส่วนระบบ ATS ที่หลายบริษัทใช้จัดการใบสมัครนั้นมีวิธีทำงานแตกต่างกันไป การใช้คำให้ตรงกับประกาศงานและจัดรูปแบบให้อ่านง่ายจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ไม่ได้รับประกันว่าเรซูเม่จะผ่านการคัดกรองทุกระบบ

4. ใช้ LinkedIn ติดต่อ HR เพื่อแนะนำตัวโดยตรง

นอกจากสมัครงานผ่านเว็บไซต์หางานแล้ว ยังสามารถใช้ LinkedIn ค้นหา HR หรือ Recruiter ที่ดูแลตำแหน่งที่สนใจได้ด้วย หากเจองานที่อยากสมัคร ลองศึกษารายละเอียดงานและข้อมูลบริษัทก่อน แล้วส่งข้อความแนะนำตัวสั้น ๆ พร้อมบอกว่าทำไมถึงสนใจตำแหน่งนี้ และมีทักษะหรือผลงานอะไรที่เกี่ยวข้อง

ก่อนส่งข้อความ ลองทำตามนี้

– ค้นหา HR หรือ Recruiter ที่ดูแลตำแหน่งงานที่สนใจ
– แนะนำตัวสั้น ๆ พร้อมระบุตำแหน่งที่สนใจและทักษะหรือผลงานที่เกี่ยวข้อง
– ปรับข้อความให้เข้ากับแต่ละบริษัท แทนการส่งข้อความเดียวกันไปทุกคน

ตัวอย่างข้อความ

สวัสดีค่ะคุณ [ชื่อ] พอดีสนใจตำแหน่ง Junior Content Specialist ของบริษัทค่ะ เลยลองเข้ามาดูผลงานของทีมแล้วรู้สึกว่างานน่าสนใจมากค่ะ ตอนนี้มีผลงาน Case Study เกี่ยวกับการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด SEO ที่อยากแชร์ให้พิจารณาประกอบการสมัคร ไม่ทราบว่าสามารถส่งให้ดูได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

5. อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านประกาศงาน เพราะขาดประสบการณ์ตามที่ระบุ

หลายคนเห็นประกาศงานที่ระบุว่าต้องมีประสบการณ์ 1–2 ปี ก็เลือกที่จะไม่สมัคร ทั้งที่จริงแล้วอาจมีทักษะตรงกับงานอยู่หลายข้อ เพียงแต่ยังไม่เคยทำงานประจำเท่านั้น

ไม่ใช่ทุกบริษัทจะคาดหวังให้ผู้สมัครมีคุณสมบัติครบตามประกาศทั้งหมด บางข้อเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ๆ ส่วนบางข้อก็เป็นเพียงสิ่งที่บริษัทอยากได้เพิ่มเติม

ถ้าเจองานที่สนใจ ลองอ่านรายละเอียดให้ดีก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง และเรามีทักษะที่จำเป็นมากน้อยแค่ไหน หากเคยทำโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง มีผลงานให้ดู หรือมีพื้นฐานที่นำไปต่อยอดกับงานได้ ก็ลองส่งใบสมัครดูได้ ไม่จำเป็นต้องตัดโอกาสตัวเองเพียงเพราะประสบการณ์ยังไม่ครบตามที่ประกาศไว้

แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะด้านหรือมีทักษะที่เรายังไม่เคยทำจริง ๆ ก็ควรพิจารณาให้ดี อาจเริ่มจากตำแหน่งที่เหมาะกับประสบการณ์ตอนนี้ก่อน แล้วค่อยพัฒนาทักษะเพิ่มเติมเพื่อสมัครงานที่ต้องการในอนาคต สำหรับใครที่กำลังมองหางานแรก สามารถเข้าไปดูตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครได้ที่ ข้อมูลตำแหน่งงาน

รู้จัก ATS ระบบจัดการใบสมัครที่คนหางานควรรู้

ส่งเรซูเม่ไปแล้ว แต่ทำไมยังไม่มีบริษัทติดต่อกลับ? สาเหตุอาจมีได้หลายอย่าง ตั้งแต่คุณสมบัติไม่ตรงกับตำแหน่ง ไปจนถึงการเขียนเรซูเม่ที่ยังไม่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเรามีทักษะอะไรบ้าง

อีกเรื่องที่คนหางานควรรู้จักคือ ATS (Applicant Tracking System) ซึ่งเป็นระบบที่หลายบริษัทใช้จัดการใบสมัครและช่วยคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้น โดยบางระบบสามารถดึงข้อมูลจากเรซูเม่หรือค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานได้ด้วย

สำหรับเด็กจบใหม่ที่ยังมีประสบการณ์ทำงานไม่มาก นอกจากจะเขียนเรซูเม่ให้ตรงกับงานแล้ว รูปแบบเอกสารก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะหากจัดข้อมูลไม่ชัดเจนหรือระบบอ่านบางส่วนได้ไม่ครบ ทักษะและผลงานที่มีอาจไม่ถูกนำเสนออย่างที่ตั้งใจ ก่อนส่งใบสมัครตรวจสอบเรซูเม่ตาม 4 ข้อนี้ เพื่อให้อ่านง่ายและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับการแสดงผล

1. เลี่ยงกราฟแสดงระดับทักษะ

หลีกเลี่ยงการใช้แถบกราฟ เช่น ภาษาอังกฤษ 4/5 หรือ Photoshop 80% เพราะ ATS บางระบบอาจอ่านข้อมูลจากกราฟิกได้ไม่ครบ ควรระบุระดับทักษะเป็นข้อความ เช่น Intermediate หรือบอกโปรแกรมที่ใช้ได้โดยตรง

2. ใช้รูปแบบเรซูเม่ที่อ่านง่าย

เลือกฟอนต์มาตรฐาน เช่น Arial, Calibri หรือ Tahoma และแบ่งหัวข้อให้ชัดเจน เช่น ประวัติการศึกษา ทักษะ และประสบการณ์ทำงาน ไม่ต้องตกแต่งมากเกินไป เน้นจัดข้อมูลให้เป็นระเบียบและอ่านง่าย

3. ตรวจไฟล์ PDF ก่อนส่ง

ลองลากคลุมข้อความในไฟล์ PDF แล้วคัดลอกออกมาดู หากเลือกข้อความได้และลำดับไม่ผิดเพี้ยน ก็ช่วยให้มั่นใจขึ้นว่าไฟล์แสดงผลได้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ได้รับประกันว่า ATS ทุกระบบจะอ่านข้อมูลได้ครบถ้วน

4. ใช้คีย์เวิร์ดให้ตรงกับตำแหน่งงาน

ดูทักษะที่ระบุในประกาศงาน แล้วเลือกคำที่ตรงกับประสบการณ์ของตัวเองมาใส่ในเรซูเม่ เช่น หากเคยวางแผนและดูแลคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย อาจใช้คำว่า “Social Media Management” แทนการเขียนกว้าง ๆ ว่าใช้ Facebook หรือ Instagram ได้ดี เพื่อให้เห็นชัดว่าทำอะไรเป็นบ้าง

บทความแนะนำ : บริษัทอยากได้คนมีประสบการณ์ แต่เราเป็นเด็กจบใหม่ ควรทำอย่างไร?

การหางานแรกอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย สิ่งสำคัญคือการย้อนดูว่าในช่วงที่เรียน เราเคยทำอะไรมาบ้าง ทั้งโปรเจกต์ กิจกรรม หรือทักษะที่ฝึกฝนด้วยตัวเอง จากนั้นเลือกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานที่สนใจมาใส่ในเรซูเม่ พร้อมอธิบายให้เห็นว่าเราได้เรียนรู้อะไร และจะนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้กับงานได้อย่างไร เพื่อให้บริษัทเห็นว่า แม้จะยังไม่มีประสบการณ์ทำงานโดยตรง แต่เราก็มีทักษะและพื้นฐานที่เหมาะกับตำแหน่งที่สมัคร

คำถามที่พบบ่อย

Q: เกรดเฉลี่ยไม่สูง แถมไม่มีประสบการณ์ทำงาน จะสมัครงานได้ไหม?
A: สมัครได้ค่ะ เพราะแต่ละบริษัทมีเกณฑ์การรับสมัครแตกต่างกัน บางแห่งอาจกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ ขณะที่บางแห่งพิจารณาจากทักษะและความเหมาะสมกับตำแหน่งด้วย สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานโดยตรง สามารถนำโปรเจกต์ที่เคยทำ กิจกรรมที่เข้าร่วม หรือทักษะที่มีมาใส่ในเรซูเม่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร

Q: เพิ่งจบใหม่ ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี?
A: เริ่มจากศึกษาประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งเดียวกัน เพื่อดูว่าเงินเดือนในตลาดอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ จากนั้นพิจารณาร่วมกับทักษะของตัวเองและหน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่สมัคร หากยังไม่แน่ใจว่าจะระบุเงินเดือนเท่าไหร่ สามารถแจ้งเป็นช่วงเงินเดือนที่ต้องการ โดยอิงจากข้อมูลที่ศึกษาไว้ และเปิดโอกาสให้พูดคุยกันตามงบประมาณของบริษัทได้

Q: ส่งเรซูเม่ไปหลายที่แล้ว แต่ยังไม่มีใครติดต่อกลับ ควรทำอย่างไร?
A: ควรตรวจสอบเรซูเม่อีกครั้งว่าแสดงทักษะและผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ หากใช้เรซูเม่ฉบับเดียวสมัครทุกงาน ควรปรับเนื้อหาให้ตรงกับคุณสมบัติที่แต่ละบริษัทระบุไว้ รวมถึงตรวจสอบว่าข้อมูลสำคัญครบถ้วนหรือไม่ หากมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ก็สามารถแนบ Portfolio เพื่อให้บริษัทเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมได้

ข้อมูลอ้างอิง : JobsDB, JobThai

About Us

Personnel Consultant Manpower (Thailand) Co., Ltd. ให้บริการด้านการจัดหางานและสรรหาบุคลากร ทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น มากว่า 30 ปี
ผู้สมัครสามารถลงทะเบียนฝากประวัติได้ที่ https://www.personnelconsultant.co.th/jobseeker/register_jobseeker/
หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) ทางอีเมล jobs@personnelconsultant.co.th

🔸เพอร์ซันแนลฯ ดูแลทั้งคนหางานและองค์กรที่หาคน | สอบถามเพิ่มเติม
📧 Email: jobs@personnelconsultant.co.th
📞 Phone: 02-2608454

Contact & Follow Us