2026.10.28การทำงานในญี่ปุ่น

ทำงานที่ญี่ปุ่นไม่มีลาป่วยจริงไหม?

เพื่อนบางคนที่ไปทำงานญี่ปุ่นมาแล้วเล่าว่า “ที่นี่ไม่มีลาป่วยนะ ป่วยก็ต้องใช้วันลาพักร้อน” พอได้ยินแบบนี้ คนที่กำลังวางแผนไปทำงานญี่ปุ่นก็เริ่มกังวล ถ้าไข้ขึ้นหรือเป็นหวัดหนักจะทำยังไง เงินเดือนโดนหักไหม หัวหน้าจะมองว่าขี้เกียจหรือเปล่า

คำตอบคือ เรื่องนี้ถูกครึ่งหนึ่ง และผิดครึ่งหนึ่ง บทความนี้แยกให้เห็นว่ากฎหมายญี่ปุ่นว่าไว้อย่างไร อะไรที่บริษัทแต่ละที่กำหนดเอง และคนที่กำลังหางานญี่ปุ่นควรถามอะไรก่อนตอบรับข้อเสนอ

คำตอบสั้น ๆ: ไม่มี “ลาป่วยแบบได้เงินเดือนเต็ม” ตามกฎหมาย แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรรองรับเลย

กฎหมายแรงงานญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดสิทธิลาป่วยแบบได้รับค่าจ้างไว้เป็นหมวดเฉพาะเหมือนบางประเทศ สิ่งที่รองรับคนป่วยจริง ๆ มี 3 ชั้นด้วยกัน

1. ลาพักร้อนประจำปี (有給休暇 หรือที่คนไทยในญี่ปุ่นมักเรียกว่า ยูคิว) ใช้ได้ทุกเหตุผล รวมถึงวันที่ป่วย
2.
เงินสงเคราะห์ยามป่วยจากประกันสุขภาพ (傷病手当金) สำหรับคนที่ต้องหยุดงานยาว
3. วันลาพิเศษตามระเบียบบริษัท บางที่มีให้ บางที่ไม่มี ต้องเปิดดูสัญญาและระเบียบการทำงาน (就業規則) เอง

พอเห็นภาพรวมแบบนี้ คำว่า “ไม่มีลาป่วย” จึงเป็นการพูดที่ตัดเหลือแค่ครึ่งเรื่อง

ทำไมคนถึงรู้สึกว่าลาป่วยที่ญี่ปุ่นลำบากกว่าเมืองไทย

ลองเทียบกับบ้านเรา กฎหมายแรงงานไทยให้ลูกจ้างลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และได้รับค่าจ้างปกติไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี ใบรับรองแพทย์ขอได้เมื่อลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป

พอย้ายมาทำงานญี่ปุ่น ระบบนี้ไม่มีตัวเลขแบบเดียวกันให้ยึด วันที่ป่วยจึงถูกนับรวมกับวันลาพักร้อนเป็นหลัก คนที่เพิ่งเริ่มงานจึงรู้สึกว่า “วันลาหมดไวมาก” ยิ่งถ้าเป็นช่วง 6 เดือนแรกที่ยังไม่มีสิทธิลาพักร้อนเลย ความรู้สึกนั้นยิ่งชัด

อีกส่วนที่ทำให้รู้สึกกดดันคือวัฒนธรรมการทำงาน หลายออฟฟิศมองว่าการหยุดงานกะทันหันเป็นการรบกวนทีม คนจึงฝืนไปทำงานทั้งที่ไม่สบาย เรื่องนี้เป็นบรรยากาศของแต่ละที่ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย และแตกต่างกันมากระหว่างบริษัทขนาดใหญ่ ร้านอาหาร โรงงาน และสตาร์ทอัพ

ข้อมุลอ้างอิง: expatica

ชั้นที่ 1: ลาพักร้อน (有給休暇) ตัวช่วยหลักตอนป่วย

ตามกฎหมายแรงงานญี่ปุ่น ลูกจ้างที่ทำงานต่อเนื่องครบ 6 เดือน และมาทำงานอย่างน้อย 8 ใน 10 ของวันทำงานทั้งหมด จะได้สิทธิลาพักร้อนแบบได้รับค่าจ้าง 10 วัน หลังจากนั้นวันลาเพิ่มขึ้นตามอายุงาน

ข้อควรรู้ที่คนมักมองข้าม

• พาร์ทไทม์และอาร์ไบโตะก็มีสิทธิ แต่ถ้าทำงานสัปดาห์ละ 4 วันหรือน้อยกว่า วันลาจะคิดตามสัดส่วน เช่น ทำสัปดาห์ละ 4 วันและอายุงานครบ 6 เดือน จะได้ 7 วัน
•
ตัวเลขข้างต้นเป็นขั้นต่ำ บริษัทให้มากกว่านี้ได้ และหลายบริษัทให้จริง
•
บริษัทมีหน้าที่ให้พนักงานใช้ลาอย่างน้อยปีละ 5 วัน สำหรับคนที่ได้รับสิทธิตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป ตามกฎหมายที่เริ่มบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน 2019 บริษัทที่ไม่ทำตามมีโทษปรับสูงสุด 300,000 เยน

ฟังดูดี แต่จุดอ่อนก็ชัดเหมือนกัน คนที่เพิ่งเข้างานยังไม่มีวันลาให้ใช้ และถ้าป่วยบ่อย วันลาพักร้อนที่ตั้งใจเก็บไว้เที่ยวก็หายไปกับเวลานอนซม

ข้อมูลอ้างอิง: tokyodev

ชั้นที่ 2: 傷病手当金 เงินสงเคราะห์เมื่อป่วยต้องหยุดยาว

ถ้าป่วยหนักจนต้องหยุดหลายวัน ระบบประกันสุขภาพของลูกจ้างมีเงินชดเชยรายได้ให้ เรียกว่า 傷病手当金 (โชบโย เทอาเตะคิน) ซึ่งจ่ายจากประกันสุขภาพ ไม่ได้จ่ายโดยนายจ้าง

เงื่อนไขหลัก ๆ
• ป่วยหรือบาดเจ็บจากเหตุนอกงาน และทำงานไม่ได้จริง
•
หยุดงานติดต่อกันอย่างน้อย 3 วัน (ช่วงรอคอย) เงินจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 4 วันหยุดสุดสัปดาห์และวันลาพักร้อนที่ใช้ในช่วงนี้นับรวมเป็นวันรอคอยได้
• ในวันที่ขอรับเงิน ไม่ได้รับเงินเดือน ถ้าบริษัทจ่ายบางส่วน ระบบจะจ่ายส่วนต่างให้
• ได้รับวันละประมาณ 2 ใน 3 ของค่าจ้างมาตรฐานรายวัน
•
จ่ายได้สูงสุด รวม 1 ปี 6 เดือน สำหรับอาการเจ็บป่วยเดียวกัน (เปลี่ยนจากเดิมที่นับต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 ช่วงที่กลับไปทำงานได้จะไม่ถูกนับ)

ข้อที่ควรจำ วันที่ใช้ลาพักร้อนจะไม่ได้เงินก้อนนี้ซ้ำ เพราะวันนั้นได้ค่าจ้างอยู่แล้ว

ชั้นที่ 3: ข้อยกเว้นที่ทำให้บางคนไม่ได้อะไรเลย

ตรงนี้คือส่วนที่คนที่ไปทำงานญี่ปุ่นมักไม่ถูกบอกล่วงหน้า

• ประกันสุขภาพแห่งชาติ (国民健康保険) ไม่มีเบี้ยเลี้ยงกรณีเจ็บป่วยและบาดเจ็บ 傷病手当金 สิทธินี้อยู่ในประกันสุขภาพของพนักงานบริษัท เช่น ประกันสุขภาพแห่งประเทศญี่ปุ่น 協会けんぽ หรือประกันสุขภาพของบริษัทเอง ถ้างานที่ทำไม่ได้เข้าระบบนี้ ก็ไม่มีเงินส่วนนี้ (บางเทศบาลมีข้อยกเว้นเฉพาะกรณี เช่น โรคระบาดบางช่วง)
• งานที่ชั่วโมงทำงานน้อย อาจไม่เข้าประกันสุขภาพของพนักงาน ควรถามฝ่ายบุคคลให้ชัดว่าตัวเองอยู่ในระบบไหน
• ระเบียบบริษัทอาจให้สิทธิมากกว่ากฎหมาย แต่ไม่ได้บังคับ วันลาป่วยพิเศษ (病気休暇) บางที่ได้เงินเดือน บางที่ไม่ได้ บางที่ไม่มีเลย

 

 

ป่วยหรือบาดเจ็บจากการทำงาน ใช้ระบบคนละชุด

ถ้าเจ็บป่วยเพราะงานโดยตรง เช่น เครื่องจักรหนีบมือ หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน จะเข้าระบบประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน (労災保険) ไม่ใช่ประกันสุขภาพ ค่ารักษาและเงินชดเชยมีเงื่อนไขของตัวเอง ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ ควรแจ้งฝ่ายบุคคลทันที และถ้าบริษัทไม่ยอมดำเนินเรื่อง ให้ติดต่อสำนักงานตรวจแรงงาน (労働基準監督署) ในพื้นที่

ใช้ชีวิตญี่ปุ่นตอนป่วย: ขั้นตอนที่ควรรู้ไว้ก่อน

1. แจ้งหัวหน้าก่อนเวลาเข้างาน โทรหรือส่งข้อความตามวิธีที่ที่ทำงานใช้จริง ไม่ต้องเล่ารายละเอียดอาการทั้งหมด บอกว่าหยุดกี่วันและงานค้างอยู่ตรงไหน
2. ไปคลินิกหรือโรงพยาบาล ผู้ที่ใช้ประกันสุขภาพทั่วไปจ่ายค่ารักษาส่วนหนึ่งเอง (ส่วนใหญ่ 30% สำหรับวัยทำงาน) ควรพกบัตรประกันสุขภาพติดตัวเสมอ
3. เก็บเอกสารไว้ ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และบันทึกวันที่หยุด ถ้าหยุดยาวจนต้องขอ傷病手当金 เอกสารพวกนี้จะต้องใช้
4. ถามฝ่ายบุคคลว่าวันที่หยุดจะถูกนับเป็นวันลาประเภทไหน ถ้ายังไม่แน่ใจ อย่ารอจนถึงวันสิ้นเดือนที่เงินเดือนออก

เช็กลิสต์ก่อนตอบรับงาน สำหรับคนที่กำลังหางานญี่ปุ่น

คนที่อยู่ในช่วงหางานญี่ปุ่นมักโฟกัสแค่เงินเดือนกับเมืองที่จะไปอยู่ ลองเพิ่มคำถามเหล่านี้ในรายการด้วย เพราะคำตอบมีผลกับชีวิตจริงไม่แพ้ตัวเลขเงินเดือน

• ตำแหน่งนี้เข้าประกันสุขภาพของพนักงาน (社会保険) หรือไม่
•
ลาพักร้อนเริ่มนับเมื่อไหร่ และบริษัทให้เกินขั้นต่ำตามกฎหมายหรือเปล่า
• มีวันลาป่วยหรือลาพิเศษแยกจากลาพักร้อนไหม และได้รับค่าจ้างหรือไม่
• ถ้าป่วยกะทันหัน ต้องแจ้งใคร ผ่านช่องทางไหน
• ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่
• ในสัญญาและกฎระเบียบการทำงาน (就業規則) มีข้อไหนที่ยังอ่านไม่ออก ให้ขอล่ามหรือถามผู้ที่ภาษาญี่ปุ่นแข็งแรงกว่ามาช่วยอ่านก่อนเซ็น

ข้อมูลอ้างอิง: 

• Edenred Japan: 傷病休暇と有給付与
• JILPT: 傷病休職をめぐる法的課題
• 労務行政研究所: 私傷病欠勤・休職制度の最新実態
• Expatica: Sick leave in Japan
• LeaveBalance: Sick leave entitlement Japan

About us

บริษัทจัดหางาน ไทย นิปปอน เฟลโลซิป จำกัด (THAI NIPPON FELLOWSHIP RECRUITMENT) คือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางานและสรรหาบุคลากรไทยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น รองรับวีซ่าทำงานด้านวิศวกรรม มนุษยศาสตร์ และงานระหว่างประเทศ (技術・人文知識・国際業務ビザ) ในสายงานวิศวกรรม มนุษยศาสตร์ และงานระหว่างประเทศ ครอบคลุมทุกระดับทักษะภาษาญี่ปุ่น (N1-N3) สำหรับผู้ที่สนใจหางานที่ญี่ปุ่นและต้องการไปทำงานที่ญี่ปุ่นกับองค์กรชั้นนำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถลงทะเบียนสมัครงานกับเราได้
ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไทย นิปปอน ทีม พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนสมัครงาน จนถึงบินไปทำงานญี่ปุ่นจริง ฟรี!
👇🏻กดติดตามเพื่อติดตามข่าวสารและอัพเดตงานญี่ปุ่นก่อนใคร!