ฝึกงานที่ Personnel Consultant ได้อะไรบ้าง? รีวิวของเด็กฝึกงาน
นางสาวณิชาภัทร สันติภาพจันทรา (โยโกะ) : คณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
⏩ อยากลองใช้ทักษะภาษาญี่ปุ่นและสิ่งที่เรียนมาที่มหาวิทยาลัย ในพื้นที่การทำงานจริง และมีความสนใจในบริษัทเครือญี่ปุ่นด้วยเมื่อเห็นว่าที่บริษัทนี้มีบุคคลากรทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น จึงตัดสินใจเลือกฝึกงานที่นี่
2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
⏩Ylink เนื้อหางานโดยหลักแล้วเป็นการตรวจสอบความถูกต้องการใช้ภาษาของเอกสารแปลทั้งไทย-ญี่ปุ่น และญี่ปุ่น-ไทย และมีแปลเอกสารด้วยตัวเองบ้างบางครั้ง นอกจากนี้ยังมีการไปช่วยล่ามแปลของร้าน MATCHA TIMESและช่วยแปลให้กับพี่ ๆ พนักงานชาวไทยบางครั้ง เวลามีการคุยกันกับพนักงานชาวญี่ปุ่นค่ะ ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำงานทั่วไปที่ไม่ได้ลงลึกถึงเอกสารแปลเฉพาะทาง แต่ความเป็นจริงคือมีงานให้ตรวจงานแปลเข้ามาเรื่อย ๆ และชนิดงานมีความหลากหลาย ได้ความรู้คำศัพท์หลายแขนง
3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
⏩ระยะเวลาในแต่ละวันที่เรียนบางวันมีช่วงพักเยอะ แต่ถ้าทำงานมีเวลาเข้า-ออกเหมือนกันทุกวัน และการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นinputมากกว่า outputเมื่อเทียบกับตอนทำงานแล้ว และมีส่วนที่ต้องระวังแตกต่างกัน เช่น มารยาทสังคมการทำงาน ความถูกต้องของเนื้อหางาน
4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
⏩การใช้คำสั่งในแต่ละโปรแกรมมีความท้าทายในช่วงแรก เพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับการใช้มากเท่าไร และตัวเอกสารแปลส่วนใหญ่แล้วจะมีตัวอักษรเต็มหน้ากระดาษ การจะตรวจสอบให้ครบและละเอียดถี่ถ้วนต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูง และบางครั้งการหาตำแหน่งคำภาษาญี่ปุ่นในต้นฉบับไทยค่อนข้างตาลายอยู่ค่ะ แต่ก็ผ่านมันไปได้เพราะคำแนะนำจากพี่ ๆ ที่ดูแลค่ะ สำหรับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เรียนรู้แต่ได้เรียนรู้คือ การใช้ soft skill ได้เรียนรู้การวางตัวเวลาคุยกับลูกค้า และสังเกตวิธีการเข้าหาลูกค้า การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมขณะทำงาน และการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อมีปัญหาเข้ามา
5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
⏩ได้เรียนรู้ลักษณะการทำงานทั้งการแปลและล่าม และทักษะการเอาตัวรอดในการทำงาน ทำให้รู้ว่าเราควรปรับปรุงตัวเองในจุดไหน หรือมีจุดไหนที่ควรต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจการเลือกทางเดินในอนาคต หากใครมีสนใจ ต้องการเรียนการทำงานในบริษัทที่ไม่ได้มีเพียงพนักงานคนไทย แต่มีพนักงานชาวญี่ปุ่นด้วย บริษัทนี้นับว่าเป็นที่ที่ดีที่จะให้ทุกคนได้มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์
6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
⏩ขอบคุณทางบริษัทมาก ๆ ค่ะ ที่ให้โอกาสมาเรียนรู้ชีวิตการทำงาน ทั้งการประสานงานภายในระหว่างพนักงาน การลงมือทำจริง ๆ ให้ได้เห็นภาพ ประสบการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญและมีคุณค่ากับหนูมากค่ะ และขอโทษหากมีบางส่วนไหนที่หนูทำให้งานไม่ราบรื่นบ้าง ด้วยความไม่รู้ของตนเอง แต่หนูจะนำข้อผิดพลาดตรงนั้นไปปรับปรุง แก้ไข และเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้นให้ได้ค่ะ

นางสาววรัญญา วราสินธ์ (ผักกาด) : คณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
⏩รู้จักบริษัทครั้งแรกจากงาน NIPPON HAKU จากนั้นก็ได้ติดตามโซเชียลมีเดีย แล้วรู้ว่าที่นี่เปิดรับเด็กฝึกงานด้วย อีกทั้งพอได้อ่านรีวิวฝึกงานจากรุ่นก่อนๆ ก็รู้สึกว่าที่นี่น่าสนใจ ทั้งเนื้อหางาน และบรรยากาศโดยรวม ถ้ายื่นฝึกงานที่นี่น่าจะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับมาค่ะ
2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
⏩ ฝึกงานแผนก YLINK (Translation) ได้ทำทั้งงานเช็คคำแปล งานแปลเอกสารต่าง ๆ ลงประชาสัมพันธ์ PR Service ผ่านเว็บไซต์ / Facebook แล้วก็มีเขียนคอนเท้นต์ด้วยค่ะ ก่อนมาฝึกงานคิดว่าน่าจะได้ทำเกี่ยวกับงานแปลอย่างเดียว เพราะเราก็ยื่นฝึกงานในส่วนนี้มา แต่พอมาทำจริงก็ได้ลองทำหลากหลายอย่างค่ะ อย่างมีครั้งหนึ่งที่ต้องไปอยู่ประจำเคาน์เตอร์ที่ Office23 เรียนรู้ว่าถ้ามีลูกค้ามาเราต้องทำยังไงบ้าง แล้วก็มีทำงานอื่นนอกจากงานในแผนกด้วยค่ะ เช่น การไปออกบูธตามงานอีเว้นท์ต่างๆ ฝึกชงชา ฝึกใส่ชุดยูกาตะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานทานาบาตะ และอีกมากมายค่ะ
3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
⏩ คิดว่าค่อนข้างต่างกันพอสมควรค่ะ ที่เห็นได้ชัด คือเรื่องของเวลา เพราะตอนเรียนเรายังสามารถจัดตารางเรียนกำหนดเวลาเองได้ว่าแต่ละสัปดาห์เราต้องมาเรียนกี่ชั่วโมง กี่วัน เรียนเสร็จเราอาจมีเวลาว่างตอนบ่าย ไปทำอย่างอื่นต่อแต่พอมาฝึกงาน เราต้องเข้างานและเลิกงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด ทำให้มีเวลาทำอย่างอื่นน้อยลง แล้วก็ต้องพยายามปรับเวลาตื่นนอน เพื่อที่จะเข้าบริษัทให้ทันเวลาด้วยค่ะ
4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
⏩ ส่วนของงานแปล คิดว่าสิ่งที่ยากอย่างแรก คือ การทำงานให้ทันเดดไลน์ค่ะ โดยปกติแล้ว เราก็สามารถจัดสรรกับเพื่อนในทีมได้ไม่มีปัญหา แต่ก็มีบางช่วงที่งานมันเร่งด่วนจริงๆ(!!!) ประกอบกับต้องเช็คคำแปลให้ไปทางเดียวกันทั้งฉบับ ถ้าเนื้อหาเยอะ แล้วเจอคำศัพท์ยากก็ทำเอาหัวหมุนอยู่เหมือนกันค่ะ T-T อีกอย่างที่คิดว่ายากคือการทำความเข้าใจสิ่งที่ต้นฉบับต้องการจะสื่อ เพราะถึงแม้ถ้าต้นฉบับเป็นภาษาไทยที่เราคุ้นเคย แต่ก็มีบางครั้งที่ทำให้รู้สึกว่า “เค้าต้องการจะสื่ออะไรนะ??” บ่อยอยู่เหมือนกันค่ะ
5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
⏩ รู้สึกว่าได้รู้จักกับผู้คนใหม่ๆ ได้ความรู้จากการแปลเอกสาร แล้วก็ประสบการณ์หลายอย่าง ถ้าใครสนใจหรือยังลังเลอยู่แนะนำว่าให้ลองยื่นมาดูนะคะ รับรองได้ประสบการณ์ทำงานจริงแน่นอน> <
6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
⏩ ขอขอบคุณพี่ๆที่ให้โอกาสได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ หลายอย่างค่ะ ด้วยความที่บางอย่างเราก็ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้มีจุดที่สงสัยเยอะ หรือมีบางครั้งที่ทำงานผิดไปบ้างเช่นกัน แต่พี่ๆ ก็ให้คำแนะนำดีๆมาตลอด ทำให้เราได้เรียนรู้ข้อผิดพลาด และนำมาปรับปรุงในงานต่อๆไปค่ะ

นายธีรุตม์ หีตจันทร์ (โก้) : คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
⏩ เนื่องจากลงวิชาฝึกงานของทางมหาวิทยาลัย เลยต้องหาที่ฝึกงานที่ได้ใช้ภาษาหรือวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และได้รับคำแนะนำจากคนรู้จักว่าให้ลองสมัครที่นี่ดูเลยค้นหาเพิ่มเติมว่า เป็นบริษัทแนวไหน อย่างไร และเมื่อได้เห็นว่ามีเพื่อนที่รู้จัก อีกทั้งเคยออกงาน NIPPON HAKU ด้วย จึงตัดสินว่าน่าจะเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ และมีมาตรฐาน จึงลองสมัครฝึกงานที่นี่ดู
2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
⏩ ฝึกงานแผนก YLink ได้เช็คเอกสารการแปลภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยเป็นหลัก นอกจากนี้ก็จะมีการเช็คงานแปลภาษาอังกฤษบ้างบางครั้ง และมีการออกอีเวนต์ต่างๆ บ้างเป็นบางครั้ง บางอีเวนต์ก็จะไปช่วยงานพนักงานคนอื่นๆ แต่บางอีเวนต์ก็จะต้องทำงานและดูแลหน้างานด้วยตัวเอง
ก่อนฝึกงานคิดว่าต้องทำงานแปลภาษาญี่ปุ่นที่มีความสมบูรณ์แบบ อาจจะต้องทำงานระดับเดียวกับพนักงานปกติเลย อีกทั้งยังต้องทำอะไรด้วยความรวดเร็ว จริงจัง และคิดว่าบางครั้งอาจจะต้องทำงานอื่นนอกจากแปล เช่น ออกอีเวนต์ สัมภาษณ์ ล่าม เป็นต้น
แต่เมื่อได้เข้ามาฝึกแล้วในความเป็นจริงก็มีจุดที่เหมือนและแตกต่างบ้าง เช่น การแปล เป็นการทำงานที่มีความเป็นระบบระเบียบตามเวลาที่กำหนด และควรจะทำงานให้รอบคอบ ในเรื่องอื่นๆ เช่น การออกอีเวนต์ก็มีออกบ้าง ส่วนในด้านการสัมภาษณ์และล่ามนั้นไม่ได้ถูกมอบหมาย
3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
⏩ ในตอนเรียนจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันบ่อยครั้ง แต่เมื่อได้มาฝึกงานก็จะห่างหายจากบุคคลเหล่านี้ไปบ้าง เนื่องด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ที่อยู่ที่ห่างไกลกัน กิจวัตรที่แตกต่างกัน สายงานที่ไม่เหมือนกัน เป็นต้น
ตอนเรียนได้เรียนพื้นฐานเกี่ยวกับการทำงาน เช่น มารยาททางสังคมญี่ปุ่น การแปลภาษาญี่ปุ่น และการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมการทำงาน แต่เมื่อได้มาฝึกงานจริง บางอย่างก็ไม่ได้ใช้ ทำให้เข้าใจว่าการทำงานในแต่ละองค์กรก็จะมีการปรับใช้ตามสถานการณ์ นอกจากขั้นตอนและวิธีการทำงานแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และประสิทธิภาพของงานด้วย
นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรญี่ปุ่นจากการฝึกงานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้พบจากในห้องเรียน เช่น การขานชื่อลูกค้าและกล่าวทักทายพร้อมกัน การส่งบันทึกประจำวันให้กับคนญี่ปุ่นทุกวัน ทำให้เข้าใจรูปแบบการทำงานในองค์กรญี่ปุ่นมากขึ้น
4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
⏩ ความยากในการได้เข้ามาฝึกงานวันแรกและได้รับมอบหมายให้เช็คงานแปลเป็นจำนวน 12 หน้า ภายในระยะเวลาประมาณ 3 วัน เนื่องจากตอนเรียนนั้นทักษะต่างๆและความรู้การแปลไม่ดีนัก และต้องการใช้คำศัพท์ต่างๆให้เหมาะสมกับงานเพื่อการแปลที่มีคุณภาพ เนื่องจากต้องทำให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายในการทำงาน
สิ่งที่ไม่คาดคิดที่ได้เรียนรู้คือ วิธีการชงชาเขียว เนื่องจากโดยปกติไม่ได้ทานชาเขียวอยู่แล้ว แต่เมื่อออกอีเวนต์ จึงต้องฝึกการชงชา พร้อมรายละเอียดต่างๆ เพื่อนำเสนอในอีเวนต์
5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
⏩ ได้รับรู้แนวคิด วิธีการ และการคุ้นชินต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นจริงของการทำงาน
ความรู้และคำศัพท์ต่างๆที่ใช้ในการแปลงานประเภทต่างๆได้
อยากฝากว่า หากต้องการฝึกงานที่ใช้ภาษาญี่ปุ่น ถึงแม้จะไม่เคยฝึกงานมาก่อน ที่นี่ถือเป็นที่แรกเริ่มที่ดีในการที่จะลองฝึกงาน เพราะจะได้ฝึกงานทั้งแปล ล่าม บางทีก็ได้ออกอีเวนต์ด้วย ถือเป็นการค้นหาทางที่ต้องการไปด้วยในตัว
6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
⏩ ขอขอบพระคุณทางบริษัทที่ได้ให้โอกาสกระผมในการฝึกงานที่บริษัทเป็นอย่างสูงครับ หากมีข้อผิดพลาดในการทำงานประการใด กระผมต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และจะนำความรู้ คำแนะนำ คำอบรมสั่งสอน แนวคิด วิธีการต่างๆไปปรับใช้กับการทำงานในภายภาคหน้าครับ หากมีโอกาสจะแนะนำคนอื่นๆให้มาร่วมงานกับทางบริษัทด้วยครับ

นางสาวสิริกุล เลาหคุณากร (ไมล์) : คณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
1. ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่
⏩ เพราะว่ากำลังศึกษาสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นและปีหน้าจะจบการศึกษาแล้วทำให้สนใจที่จะฝึกงานในบริษัทญี่ปุ่น ที่สนใจบริษัทญี่ปุ่นเพราะว่าอยากจะรู้ว่าบรรยากาศในการทำงานจริงเป็นอย่างไร และเพื่อดูว่าตัวเองชอบบรรยากาศการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจในอนาคตว่าตัวเองชอบรูปแบบการทำงานแบบไหน Personnel Consultant เป็นบริษัทญี่ปุ่นจึงทำให้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเปิดรับอินเทิร์นหลากหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น นักแปล ล่าม การตลาด ฝ่ายขาย และอื่นๆ ทำให้เชื่อว่าหากฝึกงานที่นี่ นอกจากจะมีโอกาสได้ลองทำงานในบรรยากาศบริษัทญี่ปุ่นแล้ว ยังได้ลองฝึกงานในตำแหน่งอื่นๆที่ไม่ตรงกับสายที่ตนเองเรียนมาได้อีกด้วย ทำให้ตัดสินใจส่งเรซูเม่เพื่อสมัครฝึกงานที่นี่
2. ฝึกงานแผนกอะไร ได้ทำงานอะไรบ้าง / ก่อนมาฝึกงานคิดว่าจะได้ทำอะไรแล้วความจริงเป็นยังไง?
⏩ ฝึกงานตำแหน่ง Marketing งานที่รับผิดชอบส่วนใหญ่จะเป็นงานsupportพี่ๆแต่ละคน ส่วนมากแล้วจะใช้เวลาในการตัดคลิปคอนเทนต์ หาคอนเทนต์เพื่อลงโซเชียลของบริษัท และ เขียนคอลัมน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหางาน การทำงานญี่ปุ่น รวมไปถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นเพื่อลงเว็บเพจ นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสไปออกบูธอีเวนต์งานHR Techที่จัดขึ้นเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย
ก่อนมาฝึกงานคิดว่าเราอาจจะถูกคาดหวังว่าจะต้องทำงานเป็นเลยหรือเรียนรู้ไว เลยมีความกังวลและกดดันเล็กน้อยว่าตนเองจะทำได้ไม่ดี เพราะส่วนตัวไม่มีความรู้เรื่องMarketingเลย ไม่เคยมีประสบการณ์ฝึกงานที่อื่นมาก่อนด้วย กังวลว่าหากโดนถามเรื่องที่ไม่รู้จะทำยังไง แต่สุดท้ายเมื่อได้มาฝึกงานจริงๆไม่มีใครมาคาดหวังให้เราต้องกดดันตัวเองแล้วก็ทำงานเป็นเร็วๆ พี่ๆจะชอบพูดว่าให้ค่อยๆทำไป ให้ทำไปเรื่อยๆ เวลามีพี่จะมอบหมายงานให้ก็จะถามก่อนเสมอว่าตอนนี้ติดงานอื่นรึเปล่า เวลามีมีตติ้งก็มักจะถามความเห็นเสมอ ทำให้รู้สึกว่าความเห็นของเราก็สำคัญ (แต่ไอเดียใช้ได้ไม่ได้อีกเรื่อง)
3. ตอนเรียนกับตอนฝึกงาน ต่างกันอย่างไรบ้าง / อะไรที่แตกต่าง
⏩ ตอนเรียนคิดว่าสามารถบริหารจัดการเวลาด้วยตัวเองได้ เนื่องจากตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยสามารถเลือกวิชาเรียนได้ ทำให้ค่อนข้างมีเวลาว่างมากและสามารถนำเวลาส่วนนั้นไปทำกิจกรรม เข้าชมรม ทำงานอดิเรก ทำงานพาร์ทไทม์รวมไปถึงพักผ่อนได้ ในขณะที่พอได้มีโอกาสลองฝึกงานดูแล้วพบว่ามีเวลาให้ตัวเองน้อยลง ไม่สามารถกำหนดตารางชีวิตของตนเองได้เนื่องจากต้องปฏิบัติตัวตามตารางการทำงานของบริษัท แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบ ได้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าและฝึกการบริหารการจัดการตนเองในระยะเวลาที่จำกัด อีกทั้งได้รับประสบการณ์จากการทำงานมากมาย
4. ความยากในการทำงาน ประสบการณ์แบบงง ๆ / สิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ได้เรียนรู้จากที่นี่คืออะไร?
⏩ เนื้อหางานส่วนใหญ่ของตำแหน่งที่ทำไม่ได้ซับซ้อนมาก อาจจะมีการต้องเรียนรู้การใช้โปรแกรมใหม่ๆบ้างที่ต้องใช้เวลากว่าจะคุ้นเคย คิดว่าสิ่งที่ท้าทายในครั้งนี้จริงๆคือในการปรับตัว ปรับการใช้ชีวิตให้เข้ากับบริษัท เช่น ต้องตื่นให้เช้าขึ้น ต้องรีบทานข้าวในช่วงพัก ต้องทำงานเป็นroutine หรือต้องพยายามทำงานให้เสร็จภายในเวลา การปรับตัวเป็นความท้าทายในช่วงแรกๆที่ฝึกงานแต่ก็เมื่อชินแล้วก็ไม่ได้คิดว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานขนาดนั้น สำหรับประสบการณ์งงๆ คือได้ช่วยคีบแพนด้าเพื่อเป็นของแจกในงานHR Tech สนุกมากเลยค่ะ อยากทำงานคีบแพนด้า>_<
5. สิ่งที่ได้จากการฝึกงาน / อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังจะมาฝึกงานที่นี่?
⏩ ได้ลองท้าทายตนเองในด้านของการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตการทำงาน ได้ลองออกจากกรอบและกล้าท้าทายความสามารถของตนเอง อีกทั้งการนั่งทำงานร่วมกับพี่พนักงานจริงๆก็ทำให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด รวมไปถึงแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ได้รับมิตรภาพดีๆและได้รับคำแนะนำในการทำงานให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังได้รับขนมอร่อยๆเสมอจากพี่ๆช่วงบ่ายอีกด้วย
สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมาและไม่มีความรู้Marketingแต่มีความสนใจอยากจะฝึกงานแผนกนี้ก็แนะนำอย่างมาก เพราะว่าที่นี่เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้การทำงานแม้จะไม่มีประสบการณ์ เราสามารถที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นหรือความรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ได้เรียนมาให้เป็นข้อได้เปรียบไปพร้อมๆกับเรียนรู้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้
6. อยากบอกอะไรกับเจ้านายหรือพี่ ๆ ที่เพอร์ซันแนลฯ
⏩ ขอบคุณที่ให้โอกาสในการเรียนรู้ครั้งนี้ค่ะ ถึงจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยชวนพี่ๆคุยแบบไมล์ พี่ๆก็ยังคอยเข้าหาเสมอๆ ทั้งคอยให้คำแนะนำในการทำงาน ชวนพูดคุยเล่น ชวน(แอบ)กินขนม ทำให้ไมล์รู้สึกตื่นเต้นกับการทำงานมากขึ้นค่ะ พี่ๆทุกคนน่ารักมากเลยค่ะ ได้เห็นบรรยากาศการทำงานของพี่ๆที่สนิทกันมากๆแล้วไมล์ก็หวังว่าในอนาคต ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีโอกาสได้สนิทกับเพื่อนร่วมงานเหมือนพี่ๆค่ะ ระยะเวลา2เดือนนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างอีกทั้งยังได้ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากเลยค่ะ
お世話になりました。お疲れ様です。この2ヶ月はあっという間でした。いつも温かくご指導いただき、ありがとうございました。このインターンシップで学んだことや経験したことは、私にとって単なる2ヶ月間の経験ではなく、これからの成長にも繋がる大切な経験になったと信じています。いつも皆様のご健康を心よりお祈りしております。

Personnel Consultant ขอขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่เลือกมาฝึกงานบริษัทญี่ปุ่นกับเรา และเป็นส่วนหนึ่งของทีมในช่วงเวลาที่ผ่านมา หวังว่าอย่างน้อยที่สุด น้อง ๆ จะได้รับทั้งประสบการณ์ในการทำงานจริง และความอบอุ่นจากพี่ ๆ ในทีมที่ได้ร่วมทำงานด้วยกัน หลังจากนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนก้าวต่อไปบนเส้นทางของตัวเองอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในอนาคต สู้ ๆ นะคะ
Personnel Consultantでインターンシップに参加してくれてありがとうございます。これからもそれぞれの道で自信を持って進んでいってください。 皆さんのこれからの活躍を心から応援しています。頑張ってください! 😊
About Us
บริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ เราเป็นบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นในกรุงเทพ ให้บริการจัดหางานและสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ท่านที่มองหางาน สนใจทำงานบริษัทญี่ปุ่น ไทยและต่างชาติ ลงทะเบียนสมัครงานกับเพอร์ซันแนลฯ ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ต้องการฝากประวัติ Click
สอบถามโทร 02-2608454 หรือส่งเรซูเม่ (ภาษาอังกฤษ) jobs@personnelconsultant.co.th
Contact & Follow Us
