เจาะลึกภาษีญี่ปุ่น: จ่ายไปไหน ได้อะไรคืน?

สำหรับใครที่กำลังวางแผนหรือเพิ่งได้งานไปทำที่ญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจไว้ก่อนบินไปถึงคือ เงินเดือนที่เห็นในสัญญาจ้างกับเงินที่โอนเข้าบัญชีจริงในแต่ละเดือนนั้นต่างกันพอสมควร เพราะระบบภาษีญี่ปุ่นและระบบประกันสังคมญี่ปุ่นถูกออกแบบมาให้หักเงินหลายชั้นซ้อนกันตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ภาษีเงินได้ ภาษีท้องถิ่น เงินสมทบประกันสังคม ไปจนถึงภาษีบริโภคที่แฝงอยู่ในราคาสินค้าทุกชิ้นที่ซื้อในชีวิตประจำวัน
แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ เงินก้อนที่ถูกหักไปจากสลิปเงินเดือนทุกเดือนนั้น ภาษีถูกนำไปใช้กับอะไรบ้าง และคนที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นจะได้อะไรคืนกลับมาบ้าง บทความนี้จะพาไปดูโครงสร้างภาษีของญี่ปุ่นแบบละเอียด พร้อมสวัสดิการที่ได้กลับคืนมา เพื่อให้คนที่กำลังจะไปทำงานที่ญี่ปุ่นเห็นภาพรวมและวางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น
ภาษีเงินได้ญี่ปุ่น หักกันแบบขั้นบันได

ระบบภาษีเงินได้ของญี่ปุ่นเป็นแบบขั้นบันได (progressive tax) มีอัตราตั้งแต่ 5% ไปจนถึงสูงสุด 45% สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงมาก ยิ่งรายได้สูง สัดส่วนที่ต้องจ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทอด ๆ ตามช่วงรายได้ ไม่ใช่การเหมาอัตราเดียวกับรายได้ทั้งก้อน
ข้อมูลอ้างอิง: PwC Tax Summaries
นอกจากภาษีเงินได้ปกติแล้ว ยังมี “ภาษีฟื้นฟูพิเศษ” หรือภาษีบูรณะ ที่เก็บเพิ่มอีก 2.1% ของภาษีเงินได้ที่คำนวณได้ เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 ภาษีตัวนี้จะเก็บต่อเนื่องไปจนถึงปี 2037 เรียกได้ว่าเป็นภาระที่คนญี่ปุ่นทุกคนแบกรับร่วมกันมานานกว่าทศวรรษ
ข้อมูลอ้างอิง: JETRO
ภาษีท้องถิ่นญี่ปุ่น อีกชั้นที่มองข้ามไม่ได้

นอกเหนือจากภาษีระดับประเทศ คนญี่ปุ่นยังต้องจ่าย “ภาษีท้องถิ่น” หรือที่เรียกว่าจูมินเซย์ (住民税) ในอัตราคงที่ประมาณ 10% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี บวกค่าธรรมเนียมรายหัวคงที่อีกปีละราว 5,000 เยน ภาษีก้อนนี้จัดเก็บโดยจังหวัดและเทศบาลที่ตนอาศัยอยู่ นำไปใช้บริหารจัดการท้องถิ่น ตั้งแต่ถนนซอย ไฟถนน ไปจนถึงบริการสาธารณะระดับชุมชน
ข้อมูลอ้างอิง: PwC Tax Summaries
สำหรับคนที่เพิ่งไปทำงานที่ญี่ปุ่นในปีแรก ส่วนใหญ่จะยังไม่ต้องจ่ายภาษีท้องถิ่นทันที เพราะภาษีท้องถิ่นคำนวณจากรายได้ของปีก่อนหน้า และเริ่มหักผ่านเงินเดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนของปีถัดไป หมายความว่าเงินเดือนในปีแรกที่ไปทำงานจะดูสูงกว่าปีถัดมาที่เริ่มโดนหักภาษีท้องถิ่นเต็มอัตราแล้ว จุดนี้เป็นเรื่องที่คนต่างชาติจำนวนไม่น้อยไม่ทันตั้งตัว เพราะเข้าใจผิดว่าเงินเดือนลดลงทั้งที่ความจริงคือปีก่อนหน้ายังไม่ได้ถูกหักเต็มจำนวนต่างหาก
ประกันสังคมญี่ปุ่น หักเพิ่มอีกราว 15%

ยังไม่หมดแค่ภาษี เพราะพนักงานประจำในญี่ปุ่นยังต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมอีกก้อนหนึ่ง แบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่
• ประกันสุขภาพ ประมาณ 5% ของเงินเดือน
• เงินบำนาญ (โคเซย์เนงคิน) ประมาณ 9% ของเงินเดือน โดยมีเพดานรายได้ที่ใช้คำนวณ
• ประกันการว่างงาน สัดส่วนเล็กน้อยราว 0.5-0.6%
รวมแล้วพนักงานต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมราว 14-15% ของเงินเดือน โดยฝั่งนายจ้างก็ต้องสมทบในสัดส่วนใกล้เคียงกันอีกเท่าตัว ทำให้ต้นทุนแรงงานที่แท้จริงของบริษัทญี่ปุ่นสูงกว่าตัวเลขเงินเดือนที่พนักงานเห็นในสัญญาจ้างพอสมควร
ข้อมูลอ้างอิง: Ministry of Foreign Affairs of Japan
ภาษีบริโภคญี่ปุ่น แฝงอยู่ในทุกการใช้จ่าย
ขอบคุณรูปภาพ: Wisterian Watertree
เมื่อออกไปซื้อของหรือใช้บริการในชีวิตประจำวัน คนญี่ปุ่นยังต้องเจอภาษีบริโภค (consumption tax) อีก 10% ที่ผนวกอยู่ในราคาสินค้าแทบทุกชิ้น ยกเว้นอาหารสดและเครื่องดื่มบางประเภทที่เก็บในอัตราลดพิเศษ 8% ภาษีตัวนี้เป็นภาษีทางอ้อมที่ทุกคนจ่ายเท่ากันไม่ว่าจะรวยหรือจน จึงมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นภาระที่หนักกว่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย
ข้อมูลอ้างอิง: Japan Guide
สถานะภาษีของคนต่างชาติที่ไปทำงานในญี่ปุ่น

สิ่งที่คนไทยหรือชาวต่างชาติที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นควรรู้เพิ่มเติมคือ ญี่ปุ่นแบ่งสถานะผู้เสียภาษีออกเป็นหลายประเภทตามระยะเวลาที่พำนักอาศัย ซึ่งส่งผลต่อฐานรายได้ที่ต้องเสียภาษีแตกต่างกัน
• ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ (Non-resident) คือผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นไม่ถึง 1 ปีและยังไม่มีฐานที่อยู่หลักในญี่ปุ่น จะถูกหักภาษีจากรายได้ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเท่านั้น ในอัตราคงที่ 20.42% โดยไม่มีการหักลดหย่อนใด ๆ
• ผู้มีถิ่นที่อยู่ไม่ถาวร (Non-permanent resident) คือผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 5 ปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และไม่มีสัญชาติญี่ปุ่น จะเสียภาษีจากรายได้ที่เกิดในญี่ปุ่น รวมถึงรายได้จากต่างประเทศเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาใช้จ่ายในญี่ปุ่นเท่านั้น
• ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent resident) คือผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเกิน 5 ปี จะต้องเสียภาษีจากรายได้ทั่วโลกเช่นเดียวกับคนญี่ปุ่นทุกประการ
ข้อมูลอ้างอิง: PwC Tax Summaries
ตัวอย่างการหักเงินจากเงินเดือนจริง
ขอบคุณรูปภาพ: JAPANnavi8
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองสมมติว่าพนักงานบริษัทคนหนึ่งมีเงินเดือนรวมรายปีประมาณ 4,000,000 เยน ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยรายได้พนักงานประจำในญี่ปุ่น รายการที่ถูกหักโดยประมาณจะมีดังนี้
• เงินสมทบประกันสุขภาพและประกันการว่างงานรวมกันประมาณ 5-6%
• เงินสมทบบำนาญประมาณ 9%
• ภาษีเงินได้ระดับประเทศตามขั้นบันได รวมภาษีฟื้นฟู 2.1%
• ภาษีท้องถิ่นประมาณ 10% (เริ่มหักตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป)
เมื่อรวมทุกรายการเข้าด้วยกัน พนักงานทั่วไปมักเหลือเงินเดือนสุทธิประมาณ 75-80% ของเงินเดือนตามสัญญาจ้างในปีแรก และอาจลดลงเหลือราว 70-75% ตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไปเมื่อภาษีท้องถิ่นเริ่มมีผล ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะอัตราจริงขึ้นอยู่กับสถานะภาพครอบครัว ค่าลดหย่อน และเทศบาลที่พำนักอาศัย
เว็บคำนวณภาษี: https://jp.talent.com/en/tax-calculator
ภาษีที่หักไปทั้งหมดนี้ ถูกนำไปใช้กับอะไร

» ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าคุณภาพสูง
เงินสมทบประกันสุขภาพที่หักไปทุกเดือนแลกมาด้วยการที่คนญี่ปุ่นทุกคนมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองเพียง 30% ของค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้น ส่วนเด็กเล็กและผู้สูงอายุจ่ายในสัดส่วนที่ต่ำกว่านั้นอีก สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลและคลินิกคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องรอคิวยาวนานเหมือนในหลายประเทศที่ใช้ระบบประกันสุขภาพของรัฐ
» บำนาญและสวัสดิการผู้สูงวัย
เงินบำนาญที่หักสมทบทุกเดือนคือเงินออมร่วมของทั้งประเทศในลักษณะ pay-as-you-go คือคนวัยทำงานปัจจุบันจ่ายเพื่อเลี้ยงดูผู้สูงอายุในปัจจุบัน เมื่อถึงวัยเกษียณก็จะได้รับบำนาญรายเดือนตลอดชีวิตเช่นกัน ในสังคมผู้สูงอายุระดับแนวหน้าของโลกอย่างญี่ปุ่น ระบบบำนาญนี้คือเสาหลักที่ทำให้ผู้สูงวัยจำนวนมากยังพอมีรายได้ประทังชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานทั้งหมด
» การศึกษาและสวัสดิการเด็ก
การศึกษาภาคบังคับในญี่ปุ่นไม่มีค่าใช้จ่าย และในช่วงหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นยังขยายสวัสดิการด้านการเลี้ยงดูบุตรเพิ่มเติม ทั้งเงินอุดหนุนเด็กเล็ก การดูแลก่อนวัยเรียน และมาตรการอื่น ๆ เพื่อพยายามแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำที่เป็นวิกฤตระดับชาติ
» โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
ถนนหนทาง ระบบรถไฟที่ตรงเวลาระดับนาที ระบบเตือนภัยและป้องกันความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ล้วนต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการก่อสร้างและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเงินทั้งหมดนี้มาจากภาษีของประชาชน
» ความปลอดภัยและความสะอาดของเมือง
อัตราอาชญากรรมต่ำ ถนนสะอาด ระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ และบริการสาธารณะที่เข้าถึงง่าย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ งบประมาณ และการบริหารจัดการที่ต่อเนื่อง ซึ่งล้วนได้รับการสนับสนุนจากเงินภาษี
มุมที่ยังเป็นข้อถกเถียง
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะรู้สึกว่า “จ่ายภาษีเยอะแล้วคุ้มค่า” ปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวรวดเร็วทำให้ภาระเงินบำนาญและค่ารักษาพยาบาลของคนวัยทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะต้องแบกรับสัดส่วนผู้เกษียณอายุที่เพิ่มขึ้นทุกปี คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกังวลว่าจ่ายเข้าระบบบำนาญไปมาก แต่ไม่มั่นใจว่าเมื่อถึงวัยเกษียณของตัวเองระบบจะยังมีเงินเพียงพอจ่ายคืนหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีกลไกที่น่าสนใจอย่าง “ฟุรุซาโตะ โนเซย์” (furusato nozei) หรือระบบบริจาคภาษีท้องถิ่น ที่เปิดให้ประชาชนเลือกโอนภาษีท้องถิ่นบางส่วนไปยังจังหวัดที่ตนเองชื่นชอบ แลกกับของกำนัลพื้นเมืองจากท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นความพยายามทำให้คนรู้สึกว่าตนเองมีสิทธิ์เลือกว่าเงินภาษีบางส่วนจะไปที่ไหน แม้จะเป็นสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาระภาษีทั้งหมดที่ต้องจ่ายก็ตาม
อีกประเด็นที่ถกเถียงกันบ่อยคือภาษีบริโภคที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หลายฝ่ายมองว่าเป็นภาระที่กระทบคนรายได้น้อยมากกว่าคนรายได้สูง เพราะเป็นภาษีที่จ่ายเท่ากันไม่ว่าฐานะทางการเงินจะเป็นอย่างไร
เปรียบเทียบกับประเทศอื่นคุ้มค่าหรือไม่
เมื่อเทียบกับหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาที่มีภาษีของรัฐบาลกลางบวกภาษีมลรัฐและเงินสมทบประกันสังคมในสัดส่วนที่ต่ำกว่า หรือสิงคโปร์ที่มีภาษีเงินได้ต่ำกว่ามากแต่สวัสดิการรัฐก็จำกัดกว่า จะเห็นว่าญี่ปุ่นเลือกโมเดล “ภาษีสูง สวัสดิการสูง” ซึ่งเป็นแนวทางที่ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศยุโรปเหนือมากกว่า
ข้อดีของโมเดลนี้คือความมั่นคงทางสังคมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เกิดจนแก่ แต่ข้อเสียคือภาระภาษีที่หนักสำหรับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่โครงสร้างประชากรญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาผู้สูงอายุมากกว่าคนวัยทำงานอย่างรุนแรง
สรุป ระบบภาษีญี่ปุ่นเก็บหนักจริง แต่แลกด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุม
ระบบภาษีญี่ปุ่นเก็บหนักจริงในหลายชั้น ทั้งภาษีเงินได้แบบขั้นบันได ภาษีท้องถิ่น เงินสมทบประกันสังคม และภาษีบริโภคที่แฝงอยู่ในทุกการใช้จ่าย แต่ก็แลกมาด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูงในหลายด้าน ตั้งแต่ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เงินบำนาญ การศึกษาฟรี ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกและความปลอดภัยของเมือง
คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ “ภาษีญี่ปุ่นแพงไหม” แต่คือ “สิ่งที่ได้กลับมาคุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไปหรือเปล่า” ซึ่งแต่ละคนอาจตอบไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในช่วงชีวิตไหน มีครอบครัวหรือยัง และคาดหวังอะไรจากรัฐสวัสดิการ
สำหรับคนที่กำลังจะไปทำงานที่ญี่ปุ่น สิ่งที่ควรทำล่วงหน้าคือคำนวณเงินเดือนสุทธิโดยหักภาษีและเงินสมทบประกันสังคมออกไปก่อน แทนที่จะยึดตัวเลขเงินเดือนตามสัญญาจ้างเป็นหลัก และเตรียมใจไว้ว่าเงินเดือนในปีแรกอาจดูสูงกว่าปีถัดไปเพราะยังไม่โดนหักภาษีท้องถิ่นเต็มจำนวน การเข้าใจโครงสร้างภาษีเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนการเงิน ตั้งงบประมาณค่าครองชีพ และตั้งความคาดหวังกับเงินเดือนที่แท้จริงได้แม่นยำขึ้น ไม่ต้องรู้สึกตกใจเมื่อเห็นสลิปเงินเดือนจริงครั้งแรก
หมายเหตุ: ตัวเลขอัตราภาษีและเงินสมทบอาจมีการปรับเปลี่ยนในแต่ละปีงบประมาณ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนนำไปใช้อ้างอิงหรือวางแผนการเงินจริง
About us
บริษัทจัดหางาน ไทย นิปปอน เฟลโลซิป จำกัด (THAI NIPPON FELLOWSHIP RECRUITMENT) คือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางานและสรรหาบุคลากรไทยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น รองรับวีซ่าทำงานด้านวิศวกรรม มนุษยศาสตร์ และงานระหว่างประเทศ (技術・人文知識・国際業務ビザ) ในสายงานวิศวกรรม มนุษยศาสตร์ และงานระหว่างประเทศ ครอบคลุมทุกระดับทักษะภาษาญี่ปุ่น (N1-N3) สำหรับผู้ที่สนใจหางานที่ญี่ปุ่นและต้องการไปทำงานที่ญี่ปุ่นกับองค์กรชั้นนำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถลงทะเบียนสมัครงานกับเราได้
ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ไทย นิปปอน ทีม พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนสมัครงาน จนถึงบินไปทำงานญี่ปุ่นจริง ฟรี!
👇🏻กดติดตามเพื่อติดตามข่าวสารและอัพเดตงานญี่ปุ่นก่อนใคร!
